กสทช. มีมติให้ ททบ. ทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านทีวีดิจิตอล 13 พ.ย. นี้ ใน จ.พะเยา และจ.ชุมพร และให้อุปกรณ์ SIM BOX และ Gateway ผ่าน VPN ต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช.
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุม กสทช. ครั้งนี้ มีระเบียบวาระเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. ทั้งสิ้น 60 วาระ ผ่านการพิจารณาทั้งสิ้น 31 วาระ ได้แก่ วาระที่เกี่ยวกับการออกร่างประกาศ กสทช. การอนุญาตประกอบกิจการ การพิจารณาอุทธรณ์การอนุญาตให้ใช้สิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม การขยายระยะเวลาการให้ใช้งานคลื่นความถี่เพื่อทดลองทดสอบ การกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาต รวมทั้งข้อร้องเรียน โดยมีระเบียบวาระที่น่าสนใจ ดังนี้
ระเบียบวาระที่ 6.2 การขอทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (EWS) ในระบบเปิด ผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลที่มีการใช้งานจริงของกองทัพบก โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) โดยที่ประชุมได้พิจารณาอนุญาตให้กองทัพบกดำเนินการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Warning System) ผ่านสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล โดยเป็นรูปแบบการแจ้งเตือนภัยในรูปแบบข้อความขึ้นหน้าจอโทรทัศน์ที่ใช้โครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (MUX) ของ ททบ. จำนวน 11 ช่อง ได้แก่ ช่อง TNN, เวิร์คพอยท์ ทีวี, True4U, Nation TV, GMM25, Mono 29, 7 HD, ONE, AMARIN TV HD, PPTV, และ ช่อง 5 ทั้งนี้ กสทช. ได้พิจารณาอนุญาตให้ ททบ. ทดสอบระบบ EWS ในวันที่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 – 01.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่จะส่งผลกระทบต่อครัวเรือนไม่มากใน 2 พื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ คือ
1. ภาคเหนือ สถานีบ้านนาไร่เดียว ครอบคลุม 4 อำเภอ จ.พะเยา ได้แก่ อ.เมืองพะเยา อ.ดอกคำใต้ อ.ภูกามยาว อ.แม่ใจ และบางส่วน 2 อำเภอ จ.ลำปาง ได้แก่ อ.งาว และอ.แม่เมาะ และ 2. ภาคใต้ สถานีหลังสวน ครอบคลุม 3 อำเภอ จ.ชุมพร ได้แก่ อ.หลังสวน อ.ละแม อ.ทุ่งตะโก และบางส่วน 1 อำเภอ จ.สุราษฎร์ธานี อ.ท่าชนะ โดยภายหลังจากการทดสอบ ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์จะดำเนินการรายงานผลต่อ กสทช. ภายใน 60 วัน ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค ปัญหา และข้อเสนอเพื่อพัฒนาระบบต่อไป



