“มัลลิกา”เร่งเครื่องยกระดับการจราจรทางอากาศสู่ 1 ล้านเที่ยวบินในปี69

กดแชร์

“มัลลิกา” มอบนโยบาย “บวท.” ชูแผนยุทธศาสตร์ 5 ด้าน เร่งเครื่องยกระดับการจราจรทางอากาศ รองรับปริมาณจราจรทางอากาศ สู่เป้าหมาย 1 ล้านเที่ยวบินในปี69

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการเข้าตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ว่าได้เน้นย้ำถึงนโยบายหลักในการ ยกระดับขีดความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้น ผ่านการขับเคลื่อนด้วย แผนกลยุทธ์ 5 ด้าน ที่ครอบคลุมมิติสำคัญของการดำเนินงานทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย การปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย, การพัฒนาเส้นทางบินและโครงสร้างห้วงอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด, การบูรณาการแผนงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาสนามบินหลักและสนามบินในภูมิภาคทั่วประเทศ, การวางรากฐานการคมนาคมทางอากาศเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการบิน

สำหรับการเตรียมความพร้อมในช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) ที่คาดว่าจะมีปริมาณการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมากนั้น จะมีการพิจารณาข้อมูลสถิติและแนวโน้มปริมาณการจราจรทางอากาศอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผน โดยมีเป้าหมายหลักคือ การเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการรองรับเที่ยวบินให้ได้มากที่สุด ซึ่งเปรียบเสมือนการ ตัดถนนเพิ่ม ให้เครื่องบินขึ้น-ลงได้มากขึ้น และอาจมีการพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง (Peak Hours) แนวทางดังกล่าวจำเป็นต้องมีการเร่ง ลงทุนปรับปรุงระบบเทคโนโลยีการจราจรทางอากาศ ให้ทันสมัยโดยด่วน เนื่องจากระบบบางส่วนได้ใช้งานมาตั้งแต่นานจึงต้องมีการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินในอนาคตได้อย่างเต็มที่

ด้านนายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปีนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม และนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช. มอบนโยบายให้ บวท. เร่งขับเคลื่อน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านการบิน และการจราจรทางอากาศ เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่คาดการณ์ว่า จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

สำหรับการจราจรทางอากาศในช่วงไฮซีซั่น เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากช่วงโลว์ซีซั่นที่ผ่านมา โดยจากข้อมูลเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2568 พบว่า มีเที่ยวบิน 2,300 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงโลว์ซีซั่น ที่มีเที่ยวบินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,100 เที่ยวบินต่อวัน อย่างไรก็ตาม คาดว่า ในช่วงปลายปีนี้ จะมีเที่ยวบินสูงถึง 2,500 เที่ยวบินต่อวัน ส่วนภาพรวมการจราจรทางอากาศในปัจจุบันนั้น ในปี 2568 มีเที่ยวบินอยู่ที่ประมาณ 9 แสนเที่ยวบิน ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2568 ที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2569 ปริมาณเที่ยวบินจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านเที่ยวบิน ถือว่า เริ่มกลับมาฟื้นตัวเทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เมื่อปี 2562 ที่มีเที่ยวบินอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านเที่ยวบิน และคาดว่า จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านเที่ยวบิน ภายใน 10 ปี

อย่างไรก็ตามในส่วนของสายการบินระหว่างประเทศที่ทำการบินมายังประเทศไทย และผ่านน่านฟ้าไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ต.ค. 2568) พบว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังครองอันดับที่ 1 ที่มีเที่ยวบินอยู่ที่ประมาณ 1,245 เที่ยวบินต่อวัน ส่วนยุโรป อยู่อันดับที่ 2 มีเที่ยวบินอยู่ที่ประมาณ 106 เที่ยวบินต่อวัน รองลงมา คือ ตะวันออกกลาง อยู่ที่ประมาณ 94 เที่ยวบินต่อวัน ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นรายประเทศ พบว่า จีน ยังมีปริมาณเที่ยวบินสูงสุด อยู่ที่ 248 เที่ยวบินต่อวัน ส่วนรองลงมา ตามลำดับ คือ อินเดีย อยู่ที่ 137 เที่ยวบินต่อวัน, มาเลเซีย 128 เที่ยวบินต่อวัน, สิงคโปร์ 119 เที่ยวบินต่อวัน, เวียดนาม 92 เที่ยวบิน, เกาหลีใต้ 66 เที่ยวบินต่อวัน, ญี่ปุ่น 65 เที่ยวบินต่อวัน, รัสเซีย 28 เที่ยวบินต่อวัน, ออสเตรเลีย 17 เที่ยวบินต่อวัน, สหราชอาณาจักน 12 เที่ยวบินต่อวัน, ฝรั่งเศส 9 เที่ยวบิน เป็นต้น


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles