คนละครึ่งพลัส ยอดใช้จ่ายคึกคึก!

กดแชร์

คนละครึ่งพลัส วันที่ 2 ยังคึกคัก ยอดใช้จ่ายทะลุ 3,000 ล้านบาท  “คลัง” ฟัน! ผู้ประกอบการขี้ฉ้อ 7 ราย
ย้ำเอาจริง ดำเนินการตามกฎหมาย

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส วันที่ 2 เป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนยังคงจับจ่ายใช้สอยตามปกติ โดยวันแรก (29 ต.ค.68) ยอดการใช้จ่าย 1,900 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิ์ 7,858,965 คน และจำนวนร้านค้าใช้สิทธิ์ 520,397 ร้านค้า และเมื่อรวมการใช้จ่ายวันที่ 2 (30 ต.ค.68) จนถึงเวลา 10.00 น. ยอดสะสมกว่า 2,200 ล้านบาท ผู้ใช้สิทธิ์ 8.7 ล้านคน ร้านค้าที่มีการใช้จ่ายกว่า 540,000 ราย

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ยังเปิดให้ร้านค้าเข้าร่วมโครงการไปจนถึงวันที่ 19 ม.ค.68 โดยขณะนี้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 690,000 ราย โดยเป็นร้านค้าที่ขายอาหารและเครื่องดื่ม ที่เหลือเป็นร้านค้าสินค้าโอทอปและร้านธงฟ้ากว่า 340,000 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานราว 20% ที่เหลือเป็นภาคต่างๆ 14-15% และภาคตะวันตกน้อยที่สุด ส่วนการใช้จ่ายสินค้าส่วนใหญ่เป็นอาหารและเครื่องดื่มราว 52%

นายวินิจ กล่าวย้ำว่า โครงการคนละครึ่งพลัส รัฐบาลต้องการให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย มิได้ให้แลกเป็นเงินสด ดังนั้น กระทรวงการคลัง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่ธนาคารกรุงไทย จะใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูล และตรวจสอบความผิดปกติ โดยเฉพาะการแลกเป็นเงินสด ซึ่งสามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วมาก

ล่าสุด กระทรวงการคลังได้ดำเนินการเอาผิดบุคคลที่ทุจริตในโครงการคนละครึ่งพลัสเพิ่มอีก 7 ราย จากที่พบผู้กระทำความผิดในวันแรก 3 ราย โดยทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการร้านค้าที่มีแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งกระทรวงการคลังยืนยันจะดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำและผู้ร่วมกระทำความผิดทุกรายตามกฎหมาย โดยไม่มีการยอมความ พร้อมตัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการของรัฐในอนาคตด้วย

“กระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทย จะเฝ้าระวัง ตรวจจับพฤติการณ์ที่น่าสงสัย ตัวอย่างเช่น การซื้อขายที่ทำธุรกรรม ณ จุดที่ 1 และภายใน 1 นาทีมีการทำธุรกรรมอีกจุดหนึ่งที่ห่างไปหลายร้อยกิโลเมตร หรือการลงทะเบียนเป็นร้านอาหารแต่มีการจ่ายเงินพร้อมกันหลายที่ในเวลาจำกัด และขอเน้นย้ำว่าการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นแบบตัวต่อตัวเท่านั้น โดยผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เนื่องจากโครงการยังไม่มีการอนุญาตให้ใช้จ่ายทางออนไลน์ หากมีการตรวจพบพฤติกรรมที่ผิดปกติทีมงานจะทำการระงับสิทธิ์บัญชีทั้งร้านค้าและผู้ใช้งานทันที”


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles