“ค้าภายใน” ลงพื้นที่พบเกษตรกรปาล์ม ย้ำส่งออกยังคล่องตัว ดันใช้ B20 เพิ่ม โรงสกัดต้องให้ราคาเพิ่มตามคุณภาพ ไม่มีติดคิว หนุนราคาปาล์มขยับ เกษตรกรมั่นใจสถานการณ์คลี่คลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบในภาคพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปลูกปาล์มของเกษตรกร จงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม ตรวจสอบ โดยเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นพบปะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและปทุมธานี พร้อมหารือร่วมกับนายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ผู้แทนโรงสกัด และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อรับฟังสถานการณ์และข้อเสนอจากเกษตรกรโดยตรง
โดยนายวิทยากร กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการให้เกิดสมดุลทั้งด้านสต็อก การใช้ในประเทศ และการส่งออก เพื่อให้ราคาสะท้อนกลไกตลาดและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยในส่วนที่เกษตรกรมีข้อกังวลเรื่องการส่งออกนั้น กรมการค้าภายในขอยืนยันว่า ปัจจุบันยังสามารถส่งออกน้ำมันปาล์มได้ตามปกติ ภายใต้กรอบบริหารจัดการสต็อกที่เหมาะสม ซึ่งตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 จนถึงปัจจุบัน ได้อนุญาตส่งออกแล้ว 11 ราย ปริมาณรวมกว่า 200,000 ตัน และอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

ทั้งนี้รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลเพื่อช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซลมากกว่า 100,000 ตันต่อเดือน อีกทั้งยังมีการขยายจุดให้บริการน้ำมัน B20 แล้วกว่า 200 จุดทั่วประเทศ รวมถึงมีนโยบายสนับสนุนให้ราคาน้ำมัน B20 ต่ำกว่า B7 เพื่อจูงใจการใช้งาน ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเป็ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนราคาผลปาล์มในช่วงนี้
นายวิทยากร กล่าวว่า ราคาผลปาล์มปรับขึ้นมาอยู่ที่ 6.80-7.20 บาทต่อกิโลกรัม จากสัปดาห์ก่อนที่อยู่ในระดับ 6.60-7.00 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนทิศทางตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นทั้งจากความต้องการใช้ในประเทศและตลาดโลก
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังได้ติดตามสถานการณ์รับซื้อของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่ ได้แก่ บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) ซึ่งยืนยันว่าโรงงานยังเปิดรับซื้อผลปาล์มตามปกติ เดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง และไม่พบปัญหาการติดคิวหน้าโรงงาน เนื่องจากผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่กระจุกตัวเหมือนบางช่วงในปีก่อน
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้เน้นย้ำให้โรงงานสกัดรับซื้อผลปาล์มตามคุณภาพและเปอร์เซ็นต์น้ำมัน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกร และจูงใจให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะการตัดปาล์มสุกที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง เพื่อยกระดับมาตรฐานปาล์มน้ำมันไทยในระยะยาว
ด้านนายมนัส กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรพึงพอใจกับระดับราคาที่ปรับตัวดีขึ้น และสถานการณ์รับซื้อปีนี้ถือว่าคลี่คลายกว่าปีก่อน ไม่มีปัญหาปาล์มตกค้างหน้าโรงงาน พร้อมขอให้ภาครัฐติดตามการรับซื้ออย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับเกษตรกร และขณะนี้เกษตรกรพึงพอใจกับระดับราคาที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง



