ประเดิมนัดแรก! บอร์ด รฟท. สั่งปลดล็อก รถไฟทางคู่ ไฮสปีด รื้อแผนเพิ่มกำลังคน

กดแชร์

ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล นั่งแท่นประธาน บอร์ด รฟท. ไฟเขียวนโยบายเร่งด่วน สั่งปลดล็อกโครงการ รถไฟทางคู่ ไฮสปีด พร้อมเร่งยกระดับความปลอดภัยจุดตัดทางราง 2,600 จุดทั่วประเทศ พร้อมบูทรายได้ที่ดิน สั่งทบทวนแผนจ้างคนเพิ่ม สรุปผล มิ.ย. 2569 นี้

ประธาน บอร์ด รฟท. คนใหม่ป้ายแดง เปิดฉากประชุมนัดแรก เดินหน้าคลอดนโยบายเชิงรุก สั่งเร่งวิเคราะห์แยกแยะปัญหา เพื่อปลดล็อกบิ๊กโปรเจกต์ รถไฟทางคู่ และโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ยังล่าช้า พร้อมลุยสังคายนาระบบความปลอดภัยจุดตัดทางรางทั่วประเทศ และสั่งทบทวนแผนขอเพิ่มอัตรากำลังพนักงาน 2,800 ตำแหน่ง เพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพันทางการเงินขององค์กรในอนาคต

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ รฟท. นัดแรกว่า ได้มอบแนวทางการดำเนินงาน และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการและผู้บริหาร รฟท. โดยปักหมุดเป้าหมายสำคัญในการผลักดันให้การรถไฟฯ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด และสร้างรายได้เข้าสู่องค์กรให้มากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการหยิบยกความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของ รฟท. ขึ้นมาหารือ ซึ่งยอมรับว่า หลายโครงการยังเผชิญอุปสรรค โดยเฉพาะโครงการ รถไฟทางคู่ และโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ที่ยังมีประเด็นค้างคาในหลายมิติ จึงได้สั่งการให้ทุกฝ่ายร่วมกันวิเคราะห์ และแยกแยะปัญหาของแต่ละสัญญาอย่างละเอียด เพื่อหาทางปลดล็อกอุปสรรคที่ทำให้งานช้า เพราะหากส่วนนี้ยังติดขัด จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ไม่สามารถเดินหน้าขั้นตอนสำคัญอื่น ๆ ได้ตามไทม์ไลน์

จัดการจุดตัด 2,600 จุด – ดันระบบฟีดเดอร์เชื่อมการเดินทาง

นายปิยพงษ์ ได้เน้นย้ำถึงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารที่เกิดขึ้นล่าสุด โดยบอร์ด รฟท. ได้สั่งทบทวนมาตรการบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 2,600 จุด ซึ่งปัจจุบันมีระบบป้องกันและเครื่องกั้นแล้วเพียง 600 จุด ส่วนอีกกว่า 2,000 จุดยังเป็นจุดตัดเสมอระดับทางหลวงที่ต้องเร่งแก้ไข

นอกจากนี้ ยังสั่งเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมต่อ หรือ ฟีดเดอร์ (Feeder) โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม อาทิ กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ให้บริการรถสาธารณะ เพื่อสร้างจุดจอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวก นำผู้โดยสารเข้าสู่สถานีรถไฟได้อย่างสะดวก รวมถึงการวางแผนเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สร้างรายได้-รื้อแผนเพิ่มคน 2,800 ตำแหน่ง

สำหรับแนวทางการเพิ่มรายได้ องค์กรจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพย์สิน และที่ดินทำเลทองบริเวณสถานีรถไฟ และพื้นที่โดยรอบให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรางผ่านขบวนรถพิเศษ และเตรียมความพร้อมรองรับนโยบายการเปิดโครงข่ายให้เอกชนร่วมใช้ (Open Access) ในอนาคต

ส่วนประเด็นความท้าทายเรื่องการขาดแคลนบุคลากร ที่ประชุมบอร์ด รฟท. ได้หารือถึงแผนการขอเพิ่มอัตรากำลังจำนวน 2,800 ตำแหน่ง โดยนายปิยพงษ์ ได้สั่งการให้ รฟท. กลับไปจัดทำข้อมูลเชิงลึกแยกรายละเอียดตามสายงานให้ชัดเจน เนื่องจาก รฟท. เป็นรัฐวิสาหกิจที่ยังมีภาระทางการเงินสูง การเพิ่มคนต้องอธิบายเหตุผลด้านต้นทุนและประโยชน์ที่จะได้รับให้ชัดเจน ว่าตำแหน่งใดจำเป็น ตำแหน่งใดสามารถใช้เทคโนโลยีทดแทน หรือให้เอกชนเข้ามาดำเนินการแทนได้ (Outsource)

อย่างไรก็ตาม บอร์ด รฟท. เล็งเห็นว่า บุคลากรในกลุ่มภารกิจหลัก เช่น งานบำรุงรักษาราง งานดูแลระบบอาณัติสัญญาณ และงานซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงมีความจำเป็นสูง เพื่อรองรับระบบรางที่จะขยายตัวในอนาคต โดยการขอเพิ่มอัตรากำลังดังกล่าวจะต้องเสนอขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบด้านการเงิน และคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : รฟท. เซ็น MOU คัดกรองผู้มีสิทธิ์ ย้ำ สวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 รถไฟพร้อม


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles