BA โชว์กึ๋นบริหารต้นทุนดัน ผลการดำเนินงาน บางกอกแอร์เวย์ส ไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิแตะ 2,099 ล้านบาท แม้หั่นเที่ยวบิน แต่ Load Factor ยังแกร่ง
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เปิดเผย ผลการดำเนินงาน บางกอกแอร์เวย์ส ไตรมาส 1 ปี 2569 โกยกำไรสุทธิกว่า 2,099.2 ล้านบาท เติบโตขึ้น 24.5% สะท้อนกลยุทธ์การปรับตัวอย่างเฉียบคม ท่ามกลางต้นทุนพลังงาน และความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 7,906 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,586.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการปรับลดปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารลง 11.8% จากการยุติบางเส้นทาง เช่น กรุงเทพฯ-ลำปาง และลำปาง-แม่ฮ่องสอน แต่ภาพรวมผลกำไรยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
บริหารจัดการต้นทุน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตสวนกระแสต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง คือการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.2% จากการบริหารปริมาณการใช้น้ำมัน และค่าเช่าเครื่องบินที่ลดลง
สำหรับสถิติการขนส่งผู้โดยสารในไตรมาสนี้ พบว่ามีผู้โดยสารรวม 1.2 ล้านคน แม้จำนวนจะลดลงเล็กน้อยที่ 5.2% แต่ อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) กลับพุ่งสูงถึง 86.2% (เพิ่มขึ้น 4.7 จุด) โดยมีราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 4,469.7 บาท ซึ่งยังคงรักษาระดับได้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

กลยุทธ์ Network Optimization ทางรอดของสายการบินยุคใหม่
- ตัดจุดที่ขาดทุน: การหยุดบินเส้นทางลำปางหรือแม่ฮ่องสอนที่ความต้องการไม่เสถียร ช่วยลดค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost)
- เพิ่มจุดที่ทำเงิน: หันไปเน้นเส้นทางที่มี Yield (กำไรต่อที่นั่ง) สูงและมีความต้องการเดินทางต่อเนื่อง
- Load Factor คือคำตอบ: การที่จำนวนผู้โดยสารลดลง 5.2% แต่กำไรกลับพุ่งขึ้น เป็นข้อพิสูจน์ว่า “จำนวนคนบิน” ไม่สำคัญเท่า “กำไรต่อหัว” และ “ความแน่นของเครื่อง” (86.2%) ซึ่งเป็นโมเดลที่ยั่งยืนกว่าในยุคน้ำมันแพง
โครงสร้างรายได้ และเสถียรภาพทางการเงิน
รายได้หลักของ BA ในไตรมาสนี้ยังคงมาจาก:
- ธุรกิจบัตรโดยสาร: 68.6%
- ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน: 20.8%
- ธุรกิจสนามบิน: 2.3% กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.01 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
วิสัยทัศน์ใหม่ มุ่งสู่การบินสีเขียวและความยั่งยืน
นอกเหนือจากตัวเลขกำไร BA ยังได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ สู่ความยั่งยืนในอนาคต:
- Low Carbon Skies: โครงการลดคาร์บอนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น Best Practice ของประเทศไทย โดย TICA
- มาตรฐาน IFRS S1 & S2: เตรียมพร้อมเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล เพื่อความโปร่งใสและเชื่อมโยงกับผลประกอบการทางการเงิน
- ความปลอดภัยข้อมูล (PDPA): ส่งเสริมแนวปฏิบัติ PDPA in Practice อย่างเข้มงวดภายในองค์กร
- BCM 2026: ทบทวนนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อรับมือสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อนาคตการบินกับมาตรฐาน IFRS S1 และ S2
- IFRS S1: คือข้อกำหนดทั่วไปในการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
- IFRS S2: คือการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ “สภาพภูมิอากาศ” (Climate-related Disclosures) การที่บางกอกแอร์เวย์สเตรียมพร้อมในเรื่องนี้ จะช่วยให้นักลงทุนทั่วโลกเห็นถึงความโปร่งใสและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่บริษัทจัดการอยู่ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาหุ้นและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำในอนาคต
สรุปภาพรวมความสำเร็จ
ผลการดำเนินงานของบางกอกแอร์เวย์ส ไตรมาส 1 ปี 2569 ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์ตัวเลขกำไรที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึง “วุฒิภาวะทางการบริหาร” ของบางกอกแอร์เวย์สในการรับมือกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตพลังงาน ด้วยการนำเทคโนโลยีและมาตรฐานความยั่งยืนมาเป็นเกราะป้องกันทางธุรกิจ ทำให้ BA ยังคงตำแหน่งผู้นำในกลุ่มสายการบินระดับภูมิภาคได้อย่างแข็งแกร่ง
ข่าวอื่นทีน่าสนใจ : วิทยุการบินฯ ยันเคส TG029 ปฏิบัติตาม มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล



