ครม. รับทราบ ยุติข้อพิพาท เหมืองทองอัครา สิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ หลังยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเผย ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีข้อพิพาท เหมืองทองอัครา ระหว่างราชอาณาจักรไทยและบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด จากประเทศออสเตรเลีย ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) โดยระบุว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทร่วมกัน โดยสมัครใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สาระสำคัญของการยุติข้อพิพาทในครั้งนี้ คือ บริษัท คิงส์เกตฯ ได้แจ้งถอนข้อเรียกร้องทั้งหมดต่อคณะอนุญาโตตุลาการ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ผูกพัน ซึ่งส่งผลให้คณะอนุญาโตตุลาการออกคำสั่งยุติกระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการปิดฉากความขัดแย้งที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2560 โดยที่ประเทศไทยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย ตามที่บริษัทเคยเรียกร้องไว้แต่เดิม
ด้านนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานระงับข้อพิพาทฯ ระบุว่า ความสำเร็จนี้เกิดจาก การวางยุทธวิธีต่อสู้คดีอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการเจรจาฉันมิตรบนพื้นฐานของกฎหมาย โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ขณะที่นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ ยืนยันว่าการสิ้นสุดของข้อพิพาทนี้ สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแล ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
เจาะลึกข้อเท็จจริง ความเป็นมาของข้อพิพาทเหมืองทองอัครา
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของคดีประวัติศาสตร์นี้ นี่คือ สรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง
ข้อพิพาทเหมืองทองฯ เริ่มต้นจากการใช้มาตรา 44 ในปี 2559 สั่งระงับการประกอบกิจการเหมืองทองคำทั่วประเทศชั่วคราว รวมถึงเหมืองทองชาตรีของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส (บริษัทลูกของคิงส์เกต) เนื่องจาก ข้อร้องเรียนด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่รอบเหมือง
กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
บริษัท คิงส์เกตฯ มองว่า การสั่งระงับดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลง TAFTA จึงนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการในปี 2560 เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นคดีที่ถูกจับตามองอย่างมากในระดับสากล เกี่ยวกับอำนาจของรัฐในการออกมาตรการคุ้มครองสาธารณะเทียบกับสิทธิของนักลงทุนต่างชาติ
มาตรฐานการทำเหมืองทองคำในปัจจุบัน
แม้ข้อพิพาทจะยุติลง แต่ความรู้เรื่องการทำเหมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังคงสำคัญ ซึ่งมีสาระดังนี้
- การกำจัดไซยาไนด์: เทคโนโลยีสมัยใหม่ต้องมีกระบวนการบำบัดไซยาไนด์ให้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ก่อนปล่อยสู่บ่อเก็บกากแร่
- กองทุนฟื้นฟูพื้นที่: กฎหมายเหมืองแร่ปัจจุบัน กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องวางเงินประกันการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง ตลอดช่วงอายุสัมปทาน
- การมีส่วนร่วมของชุมชน: การทำประชาพิจารณ์ และการตรวจสอบโดยคณะกรรมการร่วม (รัฐ-เอกชน-ชุมชน) เป็นเงื่อนไขหลักในการต่ออายุประทานบัตร
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ไทยจะรอดไหม? หากตั้งรัฐบาลช้า กระทบ การจัดทํางบประมาณ 2570



