“พิพัฒน์”หาสารพัดวิธี ให้ “แอร์พอร์ตลิ้งก์” ให้บริการประชาชนต่อหลัง ซีพี ประกาศจะหยุดเดินรถให้หลังหลัง 30 กันยายนนี้เป็นต้นไปเหตุหมดสัญญา ด้าน รฟท. อ้อนขอเอกชนช่วยเดินรถต่ออีกอย่างน้อย 2-4 เดือน ระหว่างเตรียมบริษัทลูกและบุคลากรเข้ารับช่วงบริการ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้ามาหารือเพื่อหาทางแก้ไขปัญหากรณี บ.เอเซียเอราวัณ จำกัด(ในเครือซีพี) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่รับสัมทานในโครงการ รถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน และบริหารการเดินรถ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่จะหยุดเดินรถในวันที่ 30 กันยายนนี้ ตามเงื่อนไขในสัญญาเดิมว่า ทางกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าจะทำทุกวิธีทางที่จะไม่ให้ประชาชนที่ใช้บริการแอร์พอร์ตลิ้งก์ได้รับผลกระทบจากการเดินทาง หรือหยุดให้บริการอย่างเด็ดขาด โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แม้ รฟท. จะต้องรับภาระต้นทุนหรือภาวะขาดทุนก็ตาม เบื้องต้นได้ขอให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ไปเจรจาเพื่อให้เอกชนเดินรถบริการต่อไปอีก 2-4 เดือน เพื่อให้ รฟท.หาทางออกในช่วงต่อไป

สำหรับแผนรองรับหลังสิ้นสุดสัญญา ทาง รฟท. จะให้บริษัทลูกเข้ามาดำเนินการต่อ โดยอาจดึงบุคลากรบางส่วนที่เคยทำงานกับบริษัทเดิมและปัจจุบันปฏิบัติงานอยู่กับภาคเอกชนกลับมาช่วยงาน ควบคู่กับการเสริมกำลังคนจากบริษัทลูกของ รฟท. เพื่อให้การรับช่วงบริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ที่วิ่งให้บริการในปัจจุบันพบว่า เดิมแอร์พอร์ต ลิ้งก์มีขบวนรถให้บริการตามสัญญาวันละ 9 ขบวน แต่ปัจจุบันเหลือให้บริการเพียง 4 ขบวน โดยผู้ประกอบการอยู่ระหว่างเร่งซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มจำนวนขบวนรถให้กลับมาอยู่ที่ 5-6 ขบวน และตั้งเป้าขยายเป็น 7 ขบวนภายใน 2-3 วันข้างหน้า ซึ่งจากข้อมูลตรวจสอบสภาพขบวนรถ พบปัญหาล้อรถสึก จึงจำเป็นต้องตรวจเช็กและซ่อมบำรุงอย่างรอบคอบ
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงภาระทางการเงินภายหลัง รฟท. ต้องรับช่วงการเดินรถว่า การให้บริการแอร์พอร์ต ลิงก์มีแนวโน้มขาดทุนประมาณเดือนละ 30 ล้านบาท หรือราว 360 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น รฟท. จำเป็นต้องพิจารณาแนวทางหารายได้เพิ่มเติม โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ว่างภายในสถานีรถไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเชิญชวนเอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อจำหน่ายสินค้าและบริการ เพื่อนำรายได้มาช่วยลดภาระการขาดทุน
สำหรับประเด็นเงื่อนไขหรือข้อเสนอทางการเงินที่เอกชนอาจยื่นเพื่อแลกกับการเดินรถต่อชั่วคราว นายพิพัฒน์ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุน รฟท. ในการแก้ปัญหา แต่รายละเอียดเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาอุดหนุนค่าใช้จ่ายยังต้องร่วมกันพิจารณา



