นายกฯ อนุทิน แย้มคนไทยได้ ดูฟุตบอลโลกฟรี ครม. รับทราบแนวทางดึงเอกชนร่วมลงขันลิขสิทธิ์ ย้ำไร้งบกลางอุ้ม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ารัฐบาลพร้อมผลักดันให้ประชาชนชาวไทยได้ ดูฟุตบอลโลกฟรี ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ครั้งที่ 23 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2569 ณ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยมติ ครม. รับทราบให้กรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นแม่งานหลักในการประสานงานทุกภาคส่วน
ยันไร้งบกลาง แต่ “คงต้องฟรี” นายอนุทิน ย้ำถึงความชัดเจนว่า รัฐบาลจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดสดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าสรุปแล้วคนไทยจะได้รับชมฟรีหรือไม่ นายกฯ ตอบสั้นๆ อย่างมั่นใจว่า “คงต้องฟรี”
ขณะที่ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขยายความมติ ครม. ว่า ในครั้งนี้ไม่มีการอนุมัติวงเงินจากงบกลางเพื่อไปซื้อลิขสิทธิ์โดยตรง แต่เป็นการเห็นชอบแนวทางให้กรมประชาสัมพันธ์ไปประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงภาคเอกชน เพื่อร่วมกันสนับสนุนงบประมาณ และบริหารจัดการตามขั้นตอน
บูรณาการ 6 กระทรวงลุยดีลฟีฟ่า
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการทำงานเชิงรุกแบบบูรณาการหลายหน่วยงาน เพื่อให้ทันต่อกรอบเวลาที่กระชั้นชิด ดังนี้:
- กรมประชาสัมพันธ์: เป็นตัวกลางประสานงาน และถ่ายทอดสดผ่านโครงข่ายทีวีดิจิทัล
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: ดูแลระบบรับ-ส่งสัญญาณ และปราบปรามเว็บพนัน/การละเมิดลิขสิทธิ์
- กระทรวงการคลัง: พิจารณาข้อกฎหมายระเบียบพัสดุ และการยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้อง
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: คุมเข้มความเรียบร้อย และป้องกันการพนันฟุตบอล
- กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงการต่างประเทศ: ดูแลด้านทรัพย์สินทางปัญญา และประสานงานกับต่างประเทศ
กฎ Must Have “ของมันต้องมี”
ในประเทศไทยมีกฎที่เรียกว่า “Must Have” ของ กสทช. ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่ามหกรรมกีฬาสำคัญ 7 รายการ ที่ประชาชนต้องได้รับชมผ่านฟรีทีวี ประกอบด้วย:
- ซีเกมส์
- อาเซียนพาราเกมส์
- เอเชียนเกมส์
- เอเชียนพาราเกมส์
- โอลิมปิกเกมส์
- พาราลิมปิกเกมส์
- ฟุตบอลโลก
ความท้าทายในปัจจุบัน แม้กฎ Must Have จะระบุให้ดูฟรี แต่ค่าลิขสิทธิ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (แตะระดับหลักพันล้านบาท) ทำให้การเจรจากับ FIFA มีความซับซ้อนมากขึ้น การที่รัฐบาลเปลี่ยนโมเดลจากการใช้ “งบกลาง” มาเป็นการ “ประสานเอกชน” จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ เพื่อลดภาระงบประมาณแผ่นดิน แต่ยังคงรักษาสิทธิในการรับชมของประชาชน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬาตามนโยบายซอฟต์พาวเวอร์
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : รัฐ ชู “ODOS”สร้างโอกาสทางการศึกษา ปั้น 2,445 คน สู่สาย STEM



