รฟท. ขานรับ นโยบายกระทรวงคมนาคม 2569 ยุค พิพัฒน์

กดแชร์

เปิดวิสัยทัศน์ การทำงานเชิงบูรณาการ กลไกสำคัญภายใต้ นโยบายกระทรวงคมนาคม 2569 เพื่อยกระดับระบบราง สู่กระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมเร่งเครื่องเดินหน้าเต็มสูบเพื่อขับเคลื่อน นโยบายกระทรวงคมนาคม 2569 ภายหลังจากการต้อนรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ นำโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการทั้ง 3 ท่าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี เพื่อวางรากฐานการคมนาคมไทยให้ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

transport ministry Mr. Pipat

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีและรับมอบแนวทางการดำเนินงาน โดยจุดเน้นสำคัญของ นโยบายกระทรวงคมนาคม คือการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านระบบขนส่งที่ สะดวก ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล

ยุทธศาสตร์เชิงบูรณาการ หัวใจหลักของปี 2569

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้ย้ำชัดถึงโมเดล การทำงานเชิงบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางราง ทางน้ำ หรือทางอากาศ ทำงานสอดประสานกันโดยมีตัวชี้วัด (KPI) เดียวกัน คือประโยชน์สูงสุดของประชาชน และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม

บทบาทของ รฟท. ในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

เพื่อให้สอดรับกับแนวทางดังกล่าว การรถไฟแห่งประเทศไทยได้วางกรอบการพัฒนา ที่จะเปลี่ยนให้ระบบรางกลายเป็น โครงข่ายหลัก (Primary Network) ของประเทศ ดังนี้:

  1. การเชื่อมโยงโครงข่าย: พัฒนาสถานีจุดเชื่อมต่อ (Hub) ให้สามารถส่งต่อผู้โดยสาร และสินค้าไปยังโหมดขนส่งอื่นได้ทันที
  2. ประสิทธิภาพและเทคโนโลยี: นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการเดินรถ เพื่อลดระยะเวลาการรอคอย
  3. Green Mobility: มุ่งสู่การเป็นระบบขนส่งสีเขียว ลดการปล่อยคาร์บอนตามเป้าหมายความยั่งยืนระดับสากล

ระบบรางสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

การพัฒนาระบบรางภายใต้ นโยบายของกระทรวงคมนาคม ไม่ใช่เพียงแค่การก่อสร้างทางรถไฟใหม่เท่านั้น แต่คือการสร้าง “โอกาส” ทางเศรษฐกิจ โดยสถิติระบุว่าการขนส่งทางรางมีต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำกว่าทางถนนถึงหลายเท่าตัว การขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมของไทยเข้าสู่ตลาดโลกได้รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนและ มลพิษ PM 2.5 ในระยะยาวอีกด้วย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : รฟท. รุกตลาดพรีเมียม! เปิดบริการ เช่าเหมาขบวนรถไฟท่องเที่ยว


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles