คมนาคมเตรียมออกประกาศด่วนวันนี้ ห้ามขึ้นค่าแท็กซี่ วิน แกร็บ ป้องกันการซ้ำเติมประชาชน ยืนยันสถานะกองทุนน้ำมันยังบวก พร้อมซัพพอร์ตแม้พ้น 15 วัน
ความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านการเดินทางล่าสุด วันนี้ (5 มี.ค. 2569) กระทรวงคมนาคมเตรียมออกประกาศคำสั่งอย่างเป็นทางการ ห้ามขึ้นค่าแท็กซี่ วิน แกร็บ และรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังเกิดสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ย้ำชัดรัฐบาลสั่งตรึงราคาค่าขนส่งทุกชนิด เพื่อลดภาระค่าครองชีพ หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบตัวแทนรัฐบาล ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ว่าได้รับข้อสั่งการเร่งด่วนในการบริหารจัดการราคาค่าขนส่ง โดยจะมีการนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อวางแนวทางเยียวยาผลกระทบต่อราคาสินค้า และการเดินทางของประชาชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่า แม้ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งสูงขึ้น แต่ประเทศไทยมี “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เป็นตัวกันชนสำคัญ ซึ่งในปัจจุบันสถานะของกองทุนยังเป็นบวก ต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยติดลบสูงสุดถึงหนึ่งแสนล้านบาท จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถนำเงินส่วนนี้มาเข้ามาชดเชยราคาพลังงานเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาค่าโดยสารในประเทศ

สำหรับประกาศของกระทรวงคมนาคมที่มีผลบังคับใช้วันนี้ จะเน้นย้ำมาตรการห้ามขึ้นค่าแท็กซี่ วิน แกร็บ และรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างเข้มงวด ดังนี้
- การบังคับใช้กฎหมาย: ผู้ให้บริการรถสาธารณะทุกประเภทต้องเก็บค่าโดยสารตามอัตราเดิมที่กฎหมายกำหนด ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ หรือค่าบริการส่วนเกินโดยอ้างเรื่องราคาน้ำมัน
- การตรึงราคาต่อเนื่อง: แม้จะพ้นกำหนดระยะเวลาตรึงราคา 15 วันแรกไปแล้ว รัฐบาลสามารถขยายเวลาการช่วยเหลือได้ทันทีตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยมีเงินกองทุนน้ำมันพร้อมรองรับ
- บทลงโทษ: หากมีการร้องเรียนหรือตรวจพบการฉวยโอกาส ผู้ขับขี่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
“ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าหากพ้น 15 วันไปแล้วราคาจะขึ้น ยืนยันว่าไม่มีการขึ้นราคาแน่นอนเพราะเรามีกองทุนน้ำมันเป็นตัวซัพพอร์ตอยู่” นายพิพัฒน์กล่าว
3 ขั้นตอนการรักษาสิทธิ์ เมื่อเจอรถสาธารณะฉวยโอกาส
ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนคำสั่ง ให้ดำเนินการดังนี้เพื่อเป็นหลักฐานในการเอาผิด
- จดจำ/ถ่ายรูปข้อมูลสำคัญ: ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ (สีป้ายทะเบียน), ชื่อ-นามสกุลของผู้ขับขี่ (ซึ่งต้องติดอยู่หน้ารถ), และชื่อผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน
- ขอใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระเงิน: หากชำระผ่านแอปฯ ให้บันทึกหน้าประวัติการเดินทางไว้ หรือหากจ่ายเงินสด ให้พยายามขอหลักฐานหรือจดจำจุดรับ-ส่งที่ชัดเจน
- แจ้งเหตุผ่านช่องทางหลัก: * สายด่วน 1584: (ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ) เป็นช่องทางที่เร็วที่สุดในการจัดการกับรถทะเบียนป้ายเหลือง
แจ้งผ่านแอปฯ ของผู้ให้บริการ: กรณีเป็นรถแกร็บหรือแอปฯ อื่นๆ ให้ส่งเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ช่วยเหลือในแอปฯ ทันที เพื่อให้ระบบระงับสัญญาณผู้ขับขี่ที่กระทำผิด
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ: รัฐบาล ขอให้มั่นใจมีน้ำมันเพียงพอ เร่งหาช่องทางนำเข้าแหล่งอื่นเพิ่ม



