รฟท. ขนทัพนวัตกรรมอาณัติสัญญาณดิจิทัล ปูทางไทย สู่การเป็น ศูนย์กลางระบบรางเอเชียแปซิฟิก พร้อมอวดผลงานนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประกาศความสำเร็จในการนำเสนอวิสัยทัศน์และเทคโนโลยีระบบรางยุคใหม่ มุ่งมั่นยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางระบบรางเอเชียแปซิฟิก อย่างเต็มตัว ภายในงาน “Asia Pacific Rail 2026” โดยชูจุดเด่นด้านนวัตกรรมอาณัติสัญญาณดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ พร้อมตอกย้ำความพร้อมด้านบุคลากร ผ่านผลงานจำลองระบบการเดินรถไฟที่ทันสมัยที่สุด เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานไทยสู่มาตรฐานสากล
บิ๊กคมนาคมร่วมงานคับคั่ง ดันไทยผงาดเวทีโลก
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน Asia Pacific Rail 2026 โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พลอากาศโท นาถวุฒิ หยูทอง ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง
การรวมตัวของผู้นำระดับนโยบายในครั้งนี้ สะท้อนถึงเอกภาพในการผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระบบรางเอเชียแปซิฟิก ตามเป้าหมายของรัฐบาล


นวัตกรรมอาณัติสัญญาณ หัวใจสำคัญของการเดินรถยุคใหม่
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง เปิดเผยถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling System) ว่าเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด โดย รฟท. ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ มาช่วยในการบริหารจัดการเดินรถแบบเรียลไทม์ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวม และรองรับปริมาณการขนส่งที่จะเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอนาคต

ปั้นบุคลากรรับ New Era ผลงานเด่นจากโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ
ไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก คือการจัดแสดง “โต๊ะจำลองระบบอาณัติสัญญาณไฟสี” ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 2 สาขาช่างอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม โดยเป็นการควบคุมผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่อ้างอิงจากการใช้งานจริงในระบบควบคุมการเดินรถไฟไทย แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมารองรับการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

ทำไมไทยมีศักยภาพเป็น “ศูนย์กลางระบบราง” ในเอเชีย
การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ไม่ได้หมายถึงแค่มีสถานีที่ใหญ่ที่สุด แต่ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลักที่ไทยกำลังเร่งพัฒนา:
- Strategic Location: จุดยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่ออาเซียนเข้ากับจีน และยุโรป ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่
- Integrated Network: การบูรณาการระบบรางเข้ากับขนส่งรูปแบบอื่น (Multimodal Transport) เช่น ท่าเรือและสนามบิน
- Human Capital & Tech: การสร้าง “สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง” และ “โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ” เพื่อให้คนไทยสามารถซ่อมบำรุง และพัฒนานวัตกรรมได้เอง ลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : รฟท. พาเที่ยว 7 โอกาสพิเศษนั่งรถไฟหัวจักรไอน้ำ



