“เอกนิติ” นำเอกชนไทยเจรจาธุรกิจนิวซีแลนด์ ปักหมุดหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ “อาหาร-พลังงาน-เทคโนโลยี” ดันมูลค่าการค้าโต 3 เท่า ภายในปี 2588
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้นำคณะผู้บริหารจากภาครัฐและเอกขน ร่วมหารือกับนาย Hon. Todd McClay รัฐมนตรีการค้านิวซีแลนด์ ที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเชื่อมผู้บริหารระดับสูงไทย-นิวซีแลนด์กว่า 40 ราย ฉลองวาระครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-นิวซีแลนด์ ต่อยอดการยกระดับสู่ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” ชู 3 สาขาใหม่ อาหาร-พลังงาน-เทคโนโลยี ดันมูลค่าการค้าโต 3 เท่า ภายในปี 2588 (ค.ศ. 2045)
โดยนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การพบปะครั้งนี้ เป็นงานจับคู่ธุรกิจ (Business Networking) เชื่อมผู้นำภาคเอกชนไทยและนิวซีแลนด์ พร้อมแลกเปลี่ยนนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ทั้งอาหาร พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง
ทั้งนี้ไทยและนิวซีแลนด์มีรากฐานความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ผ่านกรอบความตกลงการค้าเสรีถึง 3 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งพร้อมต่อยอดให้เกิดการค้าการลงทุนจริงที่จับต้องได้มากขึ้นในทั้งสองทาง คือ ทั้งการรับนักลงทุนที่มีเทคโนโลยีจากนิวซีแลนด์เข้าไปลงทุนในประเทศไทย

การนำผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพมาหาโอกาสขยายกิจการในนิวซีแลนด์ โดยระบุ 3 สาขาที่ศักยภาพของทั้งสองประเทศเกื้อกูลกัน ได้แก่ ด้านอาหารและชีวภาพ ผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีการเกษตรของนิวซีแลนด์เข้ากับฐานการผลิตอาหารของไทย
ด้านพลังงาน เปิดทางความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้า รองรับความต้องการพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรมในไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง เชื่อมโยงบริษัทนวัตกรรมของนิวซีแลนด์เข้ากับฐานอุตสาหกรรมไทย

“รองนายกฯ เอกนิติ ยังให้ความมั่นใจกับนักลงทุนนิวซีแลนด์และคณะผู้นำนักลงทุนไทยว่า รัฐบาลกำลังเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจ ผ่านมาตรการ Thailand Fast Pass ที่ช่วยให้การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น
พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และทักษะแรงงานให้สอดรับความต้องการของนักลงทุน และเชิญชวนให้นักลงทุนนิวซีแลนด์มองไทยเป็นฐานการผลิตและบริการที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทั่วอาเซียน ครอบคลุมตลาดผู้บริโภคเกือบ 700 ล้านคน ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าการลงทุนของภูมิภาค”

สำผระบผู้บริหารระดับสูงจาก 9 กลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยร่วมกิจกรรม ครอบคลุมอุตสาหกรรมพลังงาน อาหาร ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ บมจ. บ้านปู กลุ่มเซ็นทรัล บมจ. เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บมจ. ปตท. บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) บมจ. ศุภาลัย และ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ
ขณะที่ฝ่ายนิวซีแลนด์นำโดย Mr. Robert Wall ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Invest New Zealand พร้อมผู้บริหารจาก New Zealand Trade and Enterprise (NZTE) กระทรวงการต่างประเทศและการค้านิวซีแลนด์ (MFAT) กระทรวงอุตสาหกรรมปฐมภูมิ (MPI) และสำนักนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ (DPMC) สะท้อนว่าฝ่ายนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับนักลงทุนไทยอย่างมาก



