ไทยประกาศความพร้อม จัดใหญ่ IMF–World Bank 2026 ดึงขุนพลการเงินทั่วโลกกว่า 1.5 หมื่นคน นายกย้ำ เป็นนิมิตหมายดี สะท้อนความเชื่อมั่น ดันไทยขึ้นสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับสากล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF–World Bank 2026 ครั้งที่ 1/2569 โดยย้ำว่าการที่ประเทศไทยได้รับเลือก เป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคมนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์สำคัญ ถึงความเชื่อมั่นที่ประชาคมโลกมีต่อเสถียรภาพด้านการเงิน และการคลังของไทย
เปิดบ้านต้อนรับ 15,000 ขุนพลการเงิน กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก
ในการประชุมครั้งนี้มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายกฯ ระบุว่าการประชุมครั้งนี้ จะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จากเกือบ 200 ประเทศสมาชิก ทั้งระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการเงินทั่วโลก เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายเศรษฐกิจโลก
ประเด็นสำคัญที่ต้องเตรียมความพร้อม
- สถานที่จัดงาน: ใช้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมีความพร้อมและทันสมัย โดยเคยผ่านการจัดงานใหญ่ระดับโลกอย่าง APEC 2022 มาแล้ว
- มาตรการความมั่นคง: สั่งการฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด เนื่องจากผู้เข้าร่วมหลายท่านมีสถานะเป็นผู้นำประเทศ หรือประมุขแห่งรัฐ
- โอกาสของไทย: เป็นช่องทางสำคัญในการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ และเปิดกว้างตลาดทุน ตราสารหนี้ และการเงินการคลัง เหมือนที่ไทยเคยขยับสถานะตัวเองขึ้นมาได้ จากการเป็นเจ้าภาพเมื่อ 35 ปีที่แล้ว (ปี 2534)
ชูธีม “Empowering People, Building Resilience”
นายกฯ อนุทิน เน้นย้ำความพิเศษของการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ คือการจัดงานภายใต้ธีม “Empowering People, Building Resilience” ซึ่งมีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาผสมผสาน เพื่อแสดงให้โลกเห็นถึงแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเชื่อมั่นว่าช่วงเวลาอีก 5 เดือนเศษที่เหลืออยู่ ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันทำให้งานออกมาเรียบร้อยที่สุด
การเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank สำคัญกับคนไทย
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ไม่ได้เป็นเพียงการประชุมของนักการเงินเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อคนในประเทศเจ้าภาพดังนี้:
- การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น: การเข้ามาของคน 15,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จะช่วยกระตุ้นภาคการบริการ โรงแรม ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างมหาศาล
- การดึงดูดการลงทุน: เมื่อผู้นำการเงินระดับโลกเห็นความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและเสถียรภาพในพื้นที่จริง ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในโครงการต่างๆ ของไทยในอนาคต
- การยกระดับภาพลักษณ์ (Branding): การจัดงานระดับโลกได้สำเร็จ เป็นการประกาศศักยภาพว่า ไทยมีความปลอดภัย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีความเป็นมืออาชีพ ในการจัดงานระดับโลก
- การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้: นโยบายการเงินระดับโลกที่ถูกหารือในไทย จะเป็นโอกาสให้บุคลากรด้านเศรษฐกิจของไทย ได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และเทรนด์ใหม่ๆ ของโลกก่อนใคร
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : “หอการค้าไทย”ปลื้ม!ผนึกกำลังสร้างสมดุลการค้าลงทุนไทย–สหรัฐฯ



