ชูโมเดลคนละครึ่งพลัส การทูตเชิงรุก ดัน GDP ทั้งปีโตเหนือคาด หนุน ครม.เศรษฐกิจ ทำงานร่วมเอกชนจี้จุด กระตุ้นเศรษฐกิจ ไทย
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขานรับตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.5 ชี้เป็นผลจากการวางรากฐานมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ตรงจุดของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการเร่งรัดการลงทุนผ่าน BOI ส่งผลให้ภาพรวม GDP ทั้งปี 2568 ทะยานแตะร้อยละ 2.4 สูงกว่ากรอบที่เคยคาดการณ์ไว้ พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลใหม่คงโมเมนตัมการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
เจาะลึก 3 กลไกหลักที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยปี 68
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยฯ ระบุว่า ความสำเร็จของตัวเลขเศรษฐกิจในครั้งนี้ เกิดจากการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพในหลายมิติ
- มาตรการอัดฉีดเม็ดเงิน: โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ภายใต้การกำกับของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การพาณิชย์และการส่งออก: นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการเจรจากับยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ และจีน
- การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก: นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นำนโยบายการทูตมาใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการแก้ไขความขัดแย้งชายแดน และดึงประเทศไทยกลับสู่เวทีโลก
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญอย่างไรต่อคนไทย?
นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงการแจกเงิน แต่คือการสร้าง พายุหมุนทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลดีใน 3 ด้าน
- เพิ่มสภาพคล่อง: ช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนในร้านค้าขนาดเล็ก และ SME
- สร้างความเชื่อมั่น: ทำให้นักลงทุนกล้าตัดสินใจขยายกิจการ และการจ้างงาน
- ยกระดับ GDP: ส่งผลให้ภาพรวมความมั่งคั่งของประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึง โอกาสทางอาชีพที่ดีขึ้นของทุกคน
ข้อเสนอจากภาคเอกชนถึงรัฐบาลใหม่
เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจ ในปี 2569 ขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ร้อยละ 2.0 ตามเป้าหมาย หอการค้าไทยเสนอให้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ร่วมกับเอกชนทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามตัวชี้วัดสำคัญ และแก้ไขปัญหา SME ให้แข่งขันได้ รวมถึงการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อดึงดูดนักลงทุนคุณภาพสูงจากทั่วโลก
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ: สภาพัฒน์ปลื้ม! GDP ไทย 2568 ไตรมาส 4 พุ่ง



