ไทย-อินเดีย กระชับสัมพันธ์ เดินหน้าเพิ่มมูลค่าการค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว

กดแชร์

นายกฯ หารือ เอกอัครราชทูตอินเดียฯ เดินหน้าเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย พร้อมหารือมาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่  โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพบปะหารือระหว่างนายกฯกับ นายนาเคศ มีรายละเอียดดังนี้  

1.ความสัมพันธ์ทวิภาคี นายกรัฐมนตรีฝากความปรารถนาดีและคำขอบคุณไปถึงนายกรัฐมนตรีโมที ที่ได้มีสารแสดงความยินดีถึงนายกรัฐมนตรีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งชื่นชมเอกอัครราชทูตอินเดียฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับอินเดีย โดยยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของเอกอัครราชทูตอินเดียฯ คนใหม่ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันดีและสนับสนุนความร่วมมือระหว่างทั้งประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ด้านเอกอัครราชทูตอินเดียฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง พร้อมแสดงความยินดีต่อนายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่ชนะการเลือกตั้งอย่าง และการกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยเชื่อมั่นว่า ภายใต้การบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีจะมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม

2. การค้าและการลงทุน ไทยและอินเดียยังมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยอินเดียเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันในด้านนี้ได้ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน พร้อมขยายความร่วมมือทางการค้าไปสู่สาขาใหม่ ๆ มากขึ้น

3. การท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ไทยกับอินเดียมีการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกันจำนวนมาก โดยในปี 2568 ไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียจำนวนกว่า 2.48 ล้านคน สะท้อนถึงความสัมพันธ์ในระดับประชาชนที่เข้มแข็ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยเอกอัครราชทูตอินเดียฯ กล่าวว่า ไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวอินเดีย โดยมีเที่ยวบินมากกว่า 500 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีแนวโน้มว่าชาวอินเดียจะเดินทางมาไทยมากขึ้น ทั้งสองฝ่ายจึงควรพิจารณาปรับปรุงข้อตกลงด้านการบินระหว่างกันให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

4. พลังงาน ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการบริหารจัดการพลังงาน ในช่วงสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า สถานการณ์ยังคงสามารถบริหารจัดการได้ รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการจัดหาแหล่งน้ำมันสำรอง และออกมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ

“เอกอัครราชทูตอินเดียฯ แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทย สำหรับการให้ความช่วยเหลือในการส่งกลับบุคคลสัญชาติอินเดีย ซึ่งบุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือบางส่วนเป็นผู้กระทำผิดซ้ำ ทางอินเดียได้ดำเนินการสอบสวนและดำเนินมาตรการตามกฎหมาย รวมถึงมีความพยายามร่วมกันระหว่างหน่วยงานของไทยและอินเดียในการป้องกันไม่ให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงกลับเข้ามากระทำผิดซ้ำ”


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles