ไทยรับสร้างบ้าน โอด!ซัพพลายเออร์ฉวยโอกาสขึ้นราคาวัสดุก่อสร้าง

กดแชร์

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน  ออกโรงเตือนผู้ประกอบการและผู้บริโภค   เผยต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งขยับตัวสูงขึ้นทันที พร้อมห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน หวั่นหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ต้องเผชิญภาวะวิกฤตจนถึงขั้นปิดตัว

นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจรับสร้างบ้านกำลังเผชิญกับภาวะช็อกจากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงคือ ต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้าง ที่พุ่งสูงขึ้นทันที โดยมีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ1.การขาดแคลนวัตถุดิบ (Raw Material Shortage) ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างหลายรายเริ่มอ้างถึงข้อจำกัดในการนำเข้าวัตถุดิบต้นน้ำจากต่างประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเส้นทางการขนส่งในพื้นที่ขัดแย้ง และต้นทุนค่าขนส่งในประเทศที่ปรับขึ้นจากผลของปริมาณน้ำมันที่มีจำกัดซึ่งไม่เพียงพอต่อการขนส่ง รวมถึงการฉวยโอกาสของผู้ประกอบการค้าน้ำมัน และ2.ค่าขนส่งโลจิสติกส์พุ่ง (Logistics Surge) ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความไม่มั่นคงในตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนแฝงในการขนส่งวัสดุจากโรงงานสู่หน้างานก่อสร้างขยับตัวขึ้นอย่างรุนแรง

“คาดไม่ถึงว่าแรงกระแทกจะมาถึงเร็วขนาดนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มันกำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่ในทุกอิฐ หิน ปูน ทราย ที่เรากำลังใช้ก่อสร้าง”

DCIM\100MEDIA\DJI_0110.JPG

นายนิรัญกล่าวว่า อย่างไรก็ตามหากความขัดแย้งครั้งนี้ลากยาวเกินกว่าที่ประเมินไว้ จะเกิดปรากฏการณ์โดมิโนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่แบกรับต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) สูง หรือกลุ่มที่ทำสัญญาจ้างเหมาในราคาเดิมไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการรายเล็ก อาจประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง เนื่องจากไม่มีอำนาจต่อรองราคาวัสดุกับซัพพลายเออร์ สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่แม้จะมีสั่งซื้อวัสดุไว้ล่วงหน้า แต่หากราคาวัสดุใหม่พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด จะส่งผลต่อกำไรสุทธิและแผนการขยายตัวในอนาคต

นายนิรัญกล่าวว่า เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในสภาวะวิกฤต สมาคมไทยรับสร้างบ้านจึงขอเน้นย้ำให้สมาชิกและผู้ประกอบการทั่วไป ประกอบด้วย 1.บริหารจัดการสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้า ที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างในระยะ 1-3 เดือนข้างหน้า2.ทบทวนสัญญาจ้าง ให้มีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของราคาวัสดุ (Escalation Clause) และ 3.สื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา ถึงความจำเป็นในการปรับแผนหรือราคาตามสถานการณ์โลก

“หากสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะยุติ และรัฐบาลไม่มีมาตรการเข้ามาช่วยพยุงราคาพลังงานหรือบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง คาดว่าอาจเห็นภาพผู้ประกอบการทยอยปิดตัวลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว”


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles