หุ้นขึ้นกว่า 11 จุด กูรูประเมินสัปดาห์นี้ดัชนีอยู่ 1,510 – 1,560 จุด เหตุได้แรงหนุนจากราคาพลังงาน เงินทะลักเข้าไป 1.29 แสนล้านบาท แนะดักเก็บหุ้นรับอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 25 พ.ค. 2569 ภาวะการณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันนี้ดัชนีหุ้นปรับขึ้นรวม 11.66 จุด ปิดตลาดที่ระดับ 1,550.33 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 63,485.33 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีหลักทรัพย์ซื้อสุทธิรวม 1,053.30 ล้านบาท
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Up โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ระดับ 1,510 – 1,560 จุด ซึ่งได้รับปัจจัยบวกสำคัญจากความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงและเป็นผลดีต่อต้นทุนพลังงานในภาพรวม
นอกจากนี้ สัญญาณทางเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง นำโดยเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าสู่วงการธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้รวมกว่า 1.29 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 124% จากปีก่อน สอดคล้องกับภาคการส่งออกที่ขยายตัวโดดเด่นถึง 17% ในไตรมาสแรก จนทำให้เอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้ก้าวกระโดดขึ้นเป็น 7% จากเดิมคาดเพียง 0-2% หลังจากการส่งออกในไตรมาสแรกขยายตัวได้สูงถึง 17% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ควบคู่กับสินค้าเกษตร

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจโลกยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ที่ลดลงสู่ระดับ 209,000 รายซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่ยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดกรีนแลนด์
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีปัจจัยท้าทายที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งประเด็นที่ผู้นำอิหร่านสั่งระงับการส่งออกคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตี รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่จากการที่สหรัฐฯ ตั้งข้อหาอดีตประธานาธิบดีคิวบาสะท้อนความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างสองประเทศคู่ขัดแย้งตั้งแต่ยุคสงครามเย็น และเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนระบอบการปกครองในคิวบา และแผนการส่งทหารสหรัฐฯ เพิ่มเติมไปยังโปแลนด์ อีก 5,000 นาย ขณะที่ในประเทศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเผยผลประกอบการกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1/2569 พบว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยและเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้ยอดโอนในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่างชะลอตัว มีเพียงยอดโอนสินค้าแนวราบระดับบนที่ยังเติบโตได้
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้นักลงทุนยังคง ต้องติดตามการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างใกล้ชิด ทั้งการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยจากธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ รวมไปถึงการรายงานข้อมูล ด้านเศรษฐกิจต่างของต่างประเทศ ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค การจ้างงาน และการประมาณการ GDP ไตรมาสแรกของสหรัฐฯ รวมถึงรายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีน
ด้านกลยุทธ์การลงทุน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำ จัดพอร์ตการลงทุนแบบคัดสรรหุ้นเด่น (Selective Buy) โดยเน้นไปที่ 2 กลุ่มหลักที่มีปัจจัยบวกสนับสนุน ได้แก่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Global Small Cap ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ โดยแนะนำให้เข้าลงทุนใน MRDIYT และ TFG แต่ให้หลีกเลี่ยง TOA ที่ถูกนำออกจากดัชนี
นอกจากนี้ ยังแนะนำกลุ่มค้าปลีกและอุปโภค บริโภคที่เตรียมรับอานิสงส์เชิงบวก จากการเปิดลงทะเบียนใช้สิทธิโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยมีหุ้นเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ CPAXT, BJC, TNP และ MOTHER



