สองกระทรวงใหญ่เกษตรฯ-ศธ. ดัน 3 มาตรการชู Credit Lock คุมหนี้ซ้ำ พร้อมประสานคลังหาแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ หวัง แก้หนี้ครู ให้เห็นผลยั่งยืน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าเร่ง แก้หนี้ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการประชุมหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร นำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
การประชุมสำคัญครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองกระทรวงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสุเทพ แก่งสันเที้ยะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์, นายภักดี จันทร์เกษ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานและคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาหนี้สินที่หมักหมมมานาน

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นนโยบายเร่งด่วนอันดับแรกที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญสูงสุด เนื่องจากกระทบต่อคุณภาพชีวิตของครูทั่วประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจำนวน 116 แห่ง สมาชิกทั่วประเทศรวม 862,539 ราย และมีทุนดำเนินงานสูงถึง 1,237,766 ล้านบาท
ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2566 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพื่อช่วยเหลือสมาชิก ได้แก่
- การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ไม่เกินร้อยละ 4.75 ต่อปี
- การขยายระยะเวลาชำระหนี้ให้สมาชิกจนถึงอายุ 75 ปี
- การกำหนดเงื่อนไขให้สมาชิกมีเงินได้คงเหลือหลังหักชำระหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของเงินได้รายเดือน เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ
ในการหารือครั้งล่าสุด ทั้งสองกระทรวงได้ตกผลึกแนวทางแก้ไขปัญหาโดยกำหนดหัวข้อหลักไว้ 3 ประเด็น ดังนี้:
- การจัดตั้งสหกรณ์กลาง: ศึกษาแนวทางจัดตั้งองค์กรกลางเข้ามาช่วยบริหารจัดการหนี้ พร้อมปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย
- มาตรการหักส่งชำระหนี้และ Credit Lock: กำกับดูแลให้ครูมีเงินเหลือดำรงชีพไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และนำระบบ Credit Lock มาใช้เป็นเครื่องมือควบคุมทางการเงินเพื่อป้องกันการก่อหนี้เพิ่ม
- การจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ: เร่งหารือกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแหล่งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำมาช่วยเสริมสภาพคล่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการ โดยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ได้มอบหมายให้ นายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นประธานคณะทำงานฯ ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อร่วมสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้ได้ข้อยกเว้นและข้อสรุปชัดเจนภายใน 30 วัน
ข่าวอื่่นที่น่าสนใจ : พรุ่งนี้(4ก.ย.69)ประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ รื้อกฎหมาย ปิดช่องโหว่



