สุริยะ จับมือ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ดัน เกษตรแปรรูป สู่ตลาดโลก

กดแชร์

“สุริยะ” จับมือ “สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย” เดินหน้ายกระดับ เกษตรแปรรูป ดันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ พร้อมเปิดตลาดโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (SME Thai) ซึ่งนำโดย ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ และคณะทำงาน ว่า กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายเร่งด่วน ในการส่งเสริมและยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคการเกษตร โดยเน้นย้ำการพัฒนา เกษตรแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรฐานราก และผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ

drive sme agricultural

ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ด้วยเทคโนโลยี

นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรควบคู่ไปกับการเติบโตของเอสเอ็มอี โดยจะขับเคลื่อนผ่านมาตรการ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ด้วยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ อาทิ:

  • ระบบเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture): เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดความสูญเสีย
  • การบริหารจัดการปุ๋ย: ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดต้นทุนสะสม
  • พลังงานทางเลือก: สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในภาคการเกษตร

นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชน และเครือข่ายเอสเอ็มอี ในการเร่งขยายช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรแปรรูป พร้อมยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และตรงตามความต้องการของตลาดโลก ผ่านกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ Business Matching อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเกษตรให้เติบโตอย่างมั่นคง

agricultural and sme discussion

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ขานรับนโยบาย

ด้าน ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (SME Thai) กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความชัดเจน และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศ พร้อมประกาศเดินหน้าสนับสนุนนโยบายของกระทรวงฯ ในทุกมิติ โดยเตรียมกลไกขับเคลื่อนใน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย:

  1. พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม: ร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูป และการบริหารจัดการสมัยใหม่ให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการ
  2. ยกระดับมาตรฐานสินค้า: ปรับปรุงคุณภาพสินค้าเกษตรแปรรูปให้ได้มาตรฐานสากล รองรับความต้องการของตลาดโลก
  3. ขยายช่องทางการตลาด: ยกระดับการค้าผ่านเครือข่ายพันธมิตรทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์
  4. ผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุน: เพิ่มสภาพคล่องและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ

“สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยพร้อมเป็นกลไกสำคัญในการนำผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ต่อยอดสินค้าเกษตรไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว” ดร.ณพพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

เกษตรแปรรูป ทางรอดของเศรษฐกิจฐานราก

ในยุคที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวน และราคาสินค้าเกษตรขั้นปฐมภูมิ มีความผันผวนสูง “การทำเกษตรแปรรูป” (Agricultural Processing) จึงกลายเป็นโมเดลธุรกิจ ที่เข้ามาเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมไทยจากแบบดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรมูลค่าสูง”

3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้การแปรรูปสินค้าเกษตรมีความจำเป็น:

  • การเพิ่มมูลค่า (Value Creation): จากผลผลิตสดที่มีราคาต่อหน่วยต่ำและเน่าเสียง่าย เมื่อผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะสามารถอัปเกรดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชัน (Functional Food), เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าเดิมหลายเท่าตัว
  • การยืดอายุการเก็บรักษา (Shelf-life Extension): ช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด (Over-supply) ในฤดูกาล ช่วยลดขยะอาหาร (Food Waste) และทำให้สามารถส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศที่ต้องใช้ระยะเวลาในการขนส่งได้
  • ตอบโจทย์เทรนด์โลก (Global Trends): ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาความสะดวกสบาย ความปลอดภัยของอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน การนำนวัตกรรมมาใช้ในการแปรรูปจึงช่วยให้สินค้าไทยเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคระดับสากลได้ง่ายขึ้น

การผสานพลังระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่วาระระยะสั้น แต่คือการวางรากฐานสำคัญให้ผู้ประกอบการ และเกษตรกรไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : “สุริยะ” สั่ง บริหารน้ำเชิงรุก กำหนดแผน 5 ด้านรับมือเอลนีโญ


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles