“ศุภจี” ระดมผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการค้า หารือมาตรการเพิ่มเติมบรรเทาผลกระทบประชาชน พร้อมวางแผนเชิงรุกในระยะยาว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ทาบทามผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและการค้า ให้มาร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ได้แก่ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัทและกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ดร. ปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation, Jakarta,
นายณัฐ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ดร.ยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย, ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา, ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน),
นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, นายอนันต์ ลาภสุขสถิต ประธานสถาบัน เค อะโกรอินโนเวท ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตร เกษตรแปรรูป และ Sustainability เพื่อร่วมประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการ ณ กระทรวงพาณิชย์ด้วย
นอกจากนี้ยังมีนางนงนุช เพ็ชรรัตน์ อดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐออสเตรียและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, นายชุตินทร คงศักดิ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และนายวีระพงษ์ ประภา อดีตตัวแทนการค้าไทย ประจำสหภาพยุโรป ซึ่งได้รับการทาบทามจากรองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะตัวแทนการค้าไทย (Thailand Trade Representatives, TTR)

“การประชุมครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกหลังจากนางศุภจี เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในระดับชั้นนำของประเทศ ที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค นโยบายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมาย และการพัฒนาภาคธุรกิจและตลาดทุน เพื่อเสนอมาตรการเพิ่มเติมที่จะบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป”
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการวางแผนนโยบายและมาตรการเชิงรุกในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในบริบทของการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกและการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน เพื่อให้การกำหนดนโยบายของกระทรวงพาณิชย์มีความรอบด้านและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจไทยอย่างแท้จริง



