ครม.ไฟเขียวโซลาร์รูฟ รับซื้อไฟเหลือ 2.20 บาทต่อหน่วย ใช้งบ 7.3 หมื่นล้าน นายกฯมอบ “ปกรณ์” แก้สัมปทานผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย แสดงให้เห็นไม่ได้เอื้อทุนใหญ่
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบเปิดโครงการโซลาร์รูฟ ให้หลังคาบ้านประชาชนเป็นโรงผลิตไฟฟ้า เป็นหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยจากการดำเนินการของรัฐบาล โดยการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะมีการลดค่าไฟบ้านโดยตัดออกจากบิลค่าไฟสาธารณะ
ขณะเดียวกัน นายกฯได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปดูสัญญาแก้ไขสัมปทานกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย ซึ่งจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในค่าไฟในบิลประชาชน โดยโซลาร์รูฟของประชาชนหากเหลือใช้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะรับซื้อหน่วยละ 2.20 บาท โดยเป็นการใช้งบจากเงินกู้ฉุกเฉิน วงเงิน 73,540 ล้านบาท ลดค่าไฟประชาชนได้ 2.4 หมื่นล้านบาทต่อปี ลดการซื้อไฟในปีแรกกว่า 6 พันล้านหน่วย
ทั้งนี้เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เห็นแก่ทุนใหญ่ที่มีการดำเนินเรื่องไฟฟ้า เพราะมีการแก้ไขสัญญา ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และการเปลี่ยนผ่านพลังงานยังเป็นการลดการพึ่งพาพลังงานที่เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล นอกจากนี้กรมสรรพสามิตยังลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต E20 และ B20
นายเอกภพ กล่าวว่า นายกฯยังได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีแก้ไขเรื่องพลังงานในระยะยาวเพื่อลดสัดส่วนการใช้พลังงานฟอสซิลลงมา ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสำหรับการนำมาใช้ผลิตเป็นส่วนประกอบของน้ำมัน ทั้งนี้ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่มีการลดค่าการกลั่นลงได้



