กระทรวงคมนาคม เร่งแปลงผู้บุกรุก ที่ดินการรถไฟ กว่า 2.7 หมื่นครัวเรือน สู่สัญญาเช่าถูกกฎหมายยาว 30 ปี การันตีไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำจุดยืนยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เดินหน้าสะสางข้อพาท ที่ดินการรถไฟ ทั่วประเทศ เร่งปรับเปลี่ยนสถานะชุมชนบุกรุกให้เข้ามาอยู่ในระบบสัญญาเช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยควบคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง โดยยึดหลักการรับฟังทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม

นายพิพัฒน์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย สำหรับชุมชนในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ รฟท. เป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญสูงสุด เนื่องจากกระทบต่อสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชนหลายหมื่นครัวเรือน การแก้ไขปัญหาจึงต้องสมดุลทั้งมิติข้อกฎหมาย การใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงพาณิชย์ และความเดือดร้อนของชาวบ้าน
ในการประชุมครั้งนี้ ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามมติเดิมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ซึ่งรวมถึงการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดิน รฟท. จำนวน 24 สัญญา (ดำเนินการแล้ว 2 สัญญา อยู่ระหว่างดำเนินการ 22 สัญญา) และการเปลี่ยนคู่สัญญาเช่าจาก บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด กลับมาเป็น รฟท. จำนวน 10 สัญญา เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้แก่ผู้เช่า นอกจากนี้ ยังได้เร่งคลี่คลายประเด็นข้อร้องเรียนต่าง ๆ เช่น การปรับอัตราค่าเช่าที่ผูกกับเงินเฟ้อ การส่งมอบพื้นที่ โครงการบ้านมั่นคง การรังวัดแนวเขต ตลอดจนการชำระภาษีและค่าเช่า
เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างสะดวกรวดเร็ว ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานงานกับภาคประชาชนโดยตรง พร้อมทั้งขานรับมติ ครม. เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ครอบคลุมพื้นที่ 35 จังหวัด กว่า 300 ชุมชน (ประมาณ 27,000 ครัวเรือน) โดยสั่งการให้ รฟท. จับมือกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เร่งทำแผนเสนอ Board รฟท. ต่อไป

ด้าน นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ระบุเพิ่มเติมว่า แนวทางสำคัญในการเปลี่ยน “ผู้บุกรุก” เป็น “ผู้เช่าถูกกฎหมาย” คือการใช้ พอช. เข้ามาเป็นตัวกลางรวบรวมกลุ่มชาวบ้านเพื่อทำสัญญาเช่าระยะยาวกับ รฟท. แทนการเจรจารายบุคคล ซึ่งช่วยลดความล่าช้าได้อย่างมาก โดยปัจจุบันจาก 300 ชุมชน สามารถทำสัญญาเช่าสำเร็จแล้ว 111 ชุมชน สิทธิการเช่าในพื้นที่นอกเขตปลอดภัยการเดินรถจะได้ระยะยาวสูงสุดถึง 30 ปี สำหรับพื้นที่ที่ต้องใช้นำไปพัฒนาโครงการสำคัญ เช่น รถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟสายสีแดง รฟท. และ พอช. จะร่วมกันจัดสรรพื้นที่รองรับใหม่เพื่อไม่ให้กระทบการก่อสร้างของรัฐและวิถีชีวิตของชุมชน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : การรถไฟฯ ชวนนั่ง รถไฟ KIHA183 ตักบาตรดอกไม้ 2569 ที่สระบุรี



