คลังเบรก โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ สั่งสรรพสามิตทบทวน

กดแชร์

คลังรับ โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เดินหน้ายาก ปลัดฯ ลวรณ ชี้อุปสรรคการประเมินราคา และระบบกำจัดซากรถ ด้านเอกนิติสั่งสรรพสามิตศึกษาแนวทางที่เหมาะสมกว่าเดิม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ที่กำลังเป็นที่จับตามองว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตกลับไปพิจารณารายละเอียดใหม่อย่างถี่ถ้วน หลังจากพบว่ายังมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติหลายประการ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการในระยะยาว โดยย้ำว่ายังมีเวลาในการปรับปรุง เพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด

ปลัดคลังชี้เป้า 2 ปมใหญ่ “ตีราคา-กำจัดซาก”

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ให้ข้อมูลเชิงลึก ถึงอุปสรรคสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ยังไม่สามารถคลอดออกมาได้ โดยระบุว่าปัญหาหลักอยู่ที่ “การประเมินราคารถเก่า” เนื่องจากรถยนต์แต่ละคันมีสภาพการใช้งานและมูลค่าทางตลาดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“หากกระทรวงฯ กำหนดราคากลาง เช่น 50,000–60,000 บาท จะเกิดปัญหาทันที รถที่สภาพดีเจ้าของย่อมมองว่าถูกไป ส่วนรถที่สภาพเป็นซากอาจจะได้กำไรเกินจริง ซึ่งความไม่ชัดเจนตรงนี้จะทำให้โครงการขาดความโปร่งใส และไม่เป็นธรรม” นายลวรณ กล่าว

นอกจากเรื่องราคาแล้ว “การบริหารจัดการซากรถ” ยังเป็นอีกหนึ่งกำแพงสำคัญ เพราะปัจจุบันยังไม่มีเกณฑ์คัดแยกชิ้นส่วนที่ชัดเจน ว่าส่วนใดคือเศษเหล็ก หรือส่วนใดเป็นขยะอันตรายที่ต้องกำจัดเฉพาะทาง เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ หรือชิ้นส่วนที่ยังรีไซเคิลได้ ทำให้การวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการกำจัดซากทั้งระบบทำได้ยากกว่าที่คาดการณ์ไว้

สั่งสรรพสามิตหาโมเดลใหม่ที่ทำได้จริง

จากข้อจำกัดดังกล่าว นายลวรณระบุว่า ไม่อยากให้โครงการออกมาแบบคลุมเครือ จึงสั่งการให้กรมสรรพสามิต กลับไปทำการบ้านเพิ่มเติม โดยอาจพิจารณาข้อเสนอหรือรูปแบบใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน มากกว่าการยึดติดกับรูปแบบโครงการรถเก่าแลกรถใหม่

รถเก่าแลกรถใหม่ในต่างประเทศ

แม้ประเทศไทยจะยังติดข้อกฎหมาย และระบบการจัดการ แต่โครงการในลักษณะนี้เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว ในหลายประเทศภายใต้ชื่อ “Cash for Clunkers” ซึ่งมีเป้าหมายหลัก 2 ด้านคือ:

  1. กระตุ้นเศรษฐกิจ: จูงใจให้คนซื้อรถใหม่ เพื่อช่วยอุตสาหกรรมยานยนต์
  2. สิ่งแวดล้อม: ลดการปล่อยมลพิษจากรถยนต์รุ่นเก่าที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ความท้าทายที่ไทยต้องเจอ

  • ระบบโรงงานรีไซเคิล: ไทยจำเป็นต้องมีโรงงานกำจัดซากรถที่ได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล
  • ฐานข้อมูลรถยนต์: การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมการขนส่งทางบกและสรรพสามิตต้องแม่นยำ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์
  • มาตรการทางภาษี: การให้ส่วนลดภาษีสรรพสามิต ต้องสมดุลกับรายได้เข้าคลัง

หากกรมสรรพสามิตสามารถแก้โจทย์เรื่องการตีราคา และวางระบบรีไซเคิลที่เป็นธรรมได้ โครงการนี้อาจกลับมาเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Green Economy ของรัฐบาลได้ในอนาคต

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : “เอกนิติ” ย้ำ 5 T ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จุดประกายผู้ประกอบการไทย


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles