กบง. มีมติ ลดค่ากลั่นดีเซล ลิตรละ 2 บาท รอลงราชกิจฯพรุ่งนี้ ลุ้นลดราคาหน้าปั๊ม 9 เม.ย. อีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า กบง.จะพิจารณาเพิ่ม หากสามารถลดค่าการกลั่นเพิ่มเป็น 3 บาท 4 บาท จะพิจารณาทันที เพื่อให้มีต่อหน้าปั๊มเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้ากระทรวงพลังงานวันแรก โดยช่วงเช้าเรียกประชุม 6 โรงกลั่น นัดแรก ประกอบด้วย ไทยออยล์ , ไออาร์พีซี , พีทีที โกลบอล เคมิคอล , สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง , บางจาก คอร์ปอเรชั่น , เอสโซ่ (ประเทศไทย) ในช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่ายเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) นัดแรก มีวาระเดียว คือ การพิจารณาลดราคาต้นทุนหน้าโรงกลั่นเพื่อช่วยเหลือประชาชน ใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
นายเอกนัฏ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมกบง.มีมติ ลดราคาหน้าโรงกลั่นลงในอัตรา 2 บาทต่อลิตร ในส่วนของน้ำมันดีเซล ทั้งดีเซลบี 7 และดีเซล 20 ส่วนกลุ่มเบนซินคงเดิม โดยอัตรา 2 บาทต่อลิตร พิจารณาจากค่าการกลั่นเดือนมีนาคม 2569 ที่อยู่ระดับ 7 บาท เนื่องจากการซื้อน้ำมันดิบจะมีต้นทุนเพิ่ม มีค่าการประกัน มีการช่วงชิง เส้นทางขนส่งใหม่ จึงเพิ่มขึ้น 3 บาท เกิดส่วนต่าง 2 บาท จึงเป็นฐานในการลด 2 บาท ส่วนเดือนเมษายนตั้งแต่วันที่ 1-7 เมษายน ซึ่งค่าการกลั่นระดับสูงเช่นกัน กบง.จะมาพิจารณาดูกันใหม่ เบื้องต้นนับจากนี้ กบง.จะพิจารณาทุกสัปดาห์
สำหรับราคาขายปลีกหน้าปั๊มต้องรอ 2 ส่วนคือ ตามมติกบง.ต้องลงราชกิจจาฯ ในวันที่ 8เมษายน2569 จากนั้นคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน (กบน.) จะพิจารณาส่วนลดประมาณ 2.14 บาทซึ่งรวมภาษีด้วยในวันพรุ่งนี้ ว่าจะลดหน้าปั๊มอย่างไร คาดว่าจะลดให้กับบี20 มากกว่าบี7 คาดราคาใหม่ที่ลดลงจะมีผลวันพฤหัสบดี (9เมษายน2569)

“อีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า กบง.จะพิจารณาเพิ่ม หากสามารถลดค่าการกลั่นเพิ่มเป็น 3 บาท 4 บาท จะพิจารณาทันที เพื่อให้มีต่อหน้าปั๊มเพิ่ม หรือนำมาลดภาระกองทุนน้ำมันเพิ่มเติมได้”นายเอกนัฏกล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวย้ำว่า การลดราคาครั้งนี้ ตนในฐานะประธานกบง. ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 หารือกฤษฎีกาแล้ว หากโรงกลั่นไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด โดยการพิจารณายึดจากข้อมูลทุกส่วน เชื่อว่าโรงกลั่นยังมีกำไร แต่แค่ลดลง ถ้ามีปัญหาให้มาคุยกับ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้อำนวยการ สนพ.
ส่วนกรณีการขอรับบริจาคกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นนั้น ผมมองว่า ประเทศไทยไม่ใช่รัฐอนาถา ที่จะรับบริจาค อยากให้โรงกลั่นแสดงความรับผิดชอบ เพราะหากใน 6 โรงกลั่น มี 3 โรงช่วย อีก 3 โรงไม่ช่วย ไม่สนใจไยดี สุดท้ายก็ไม่เป็นธรรมกับคนช่วย ดังนั้นจะใช้วิธีทุกโรงต้องปฏิบัติตามเท่าเทียมกัน



