คตร .มีมติให้โรงกลั่นส่งกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน ช่วยอุดหนุนประชาชน สั่งกระทรวงพลังงาน ไปทำรายละเอียด เพื่อเสนอครม. 6 เม.ย. พิจารณาอนุมัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.69 ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร. ) ครั้งที่ 2 โดยเริ่มประชุมเวลา 16.00 -20.00 น. หรือใช้เวลาประชุมกว่า 4 ชั่วโมง โดยนายเอกนิติ กล่าวหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติให้โรงกลั่นน้ำมันนำส่งกำไรส่วนเกินในช่วงเดือนมี.ค.69 มาช่วยอุดหนุนแบ่งเบาความเดือนร้อนของประชาชน พร้อมสั่งการให้กระทรวงพลังงาน ไปสรุปตัวเลขต้นทุนที่แท้จริงอีกครั้ง แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 6 เม.ย.69

ทั้งนี้ได้เชิญโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง มาหารืออีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงมาคำนวณ เบื้องต้นช่วงเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นช่วงสงครามตะวันออกลาง ค่าการกลั่นสูงถึง 14 ต่อลิตร เนื่องจากโรงกลั่น ยังไม่ได้นำต้นทุน War Premium หรือค่าประกันภัย ค่าขนส่ง ที่สูงขึ้นในช่วงสงคราม มาคำนวณด้วย แต่หากนำมาคำนวณรวมกับต้นทุนน้ำมันแล้ว จะทำให้ค่าการกลั่นอยู่ที่ 7.30 บาทต่อลิตร ซึ่งก็ยังสูงกว่าเหตุการณ์ปกติ ดังนั้นจึงทำให้โรงกลั่นมีกำไรมากขึ้น โดยใช้อำนาจครม. เหมือนเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.65
“การเสนอให้โรงกลั่นนำส่งกำไรส่วนเกิน ถือว่าทำได้ตามอำนาจของครม. ซึ่งรวดเร็ว โดยไม่ต้องแก้กฎหมายใดๆ ซึ่งรัฐบาล ต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด และขณะนี้ยังไม่รู้สงครามจะสิ้นสุดเมื่อใด มีส่ิงใดที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ ก็จะทำ”
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า เมื่อโรงกลั่นมีกำไรมากขึ้น จึงขอให้กระทรวงพลังงาน ไปเจรจาขอความร่วมมือกับโรงกลั่นน้ำมัน ส่งกำไรส่วนเกินเข้าให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำไปอุดหนุนราคาน้ำมันให้ประชาชน โดยใช้อำนาจของครม. เช่นเดียวกับมติครม.เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.65 ส่วนราคาขายปลีกจะปรัลดลงเท่าใดนั้น กระทรวงพลังงานจะกลับไปทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป
ส่วนค่าการตลาดนั้น ได้กำชับให้กระทรวงพลังงาน ไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด มิให้ค่าการตลาดน้ำมัน เกิน 2.45 บาทต่อลิตร



