“สิริพงศ์” ขีดเส้น ผลสอบอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง วันพุธนี้

กดแชร์

“สิริพงศ์” สั่งสอบคนขับ เจ้าหน้าที่คุมราง ย้ำ ผลสอบอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ต้องโปร่งใส

กระทรวงคมนาคม เร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ คาดระบุแนวทางสรุป ผลสอบอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ไม่เกินวันพุธนี้ พร้อมสั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยเชิงรุก ตรวจเข้มสารเสพติด และแอลกอฮอล์พนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่แบบ 100% สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทันที เพื่อเปิดทางสืบสวนอย่างโปร่งใส

แจงใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รมช.คมนาคม) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงฯ กำลังตรวจสอบปัจจัยรอบด้านอย่างละเอียด ทั้งมาตรฐานผู้ขับขี่ ระบบควบคุมราง ระบบแจ้งเตือน ตลอดจนกระบวนการคัดกรองสารเสพติด และแอลกอฮอล์ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับพนักงานขับรถไฟ จากรายงานเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับรถไฟเดิมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กรมการขนส่งทางรางฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้ขับขี่รถไฟต้องทำการยืนยันตัวตนภายในกรอบเวลา 120 วัน ซึ่งในกรณีนี้ผู้ขับขี่ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้ เนื่องจากกฎหมายใหม่มีข้อบัญญัติคุ้มครอง และครอบคลุมผู้ถือใบอนุญาตขับขี่เดิม

สั่งพักงานคนขับ คุมราง ตรวจเข้มสารเสพติด

เพื่อให้การสืบสวนหาสาเหตุเป็นไปด้วยความโปร่งใส และปราศจากการแทรกแซง รมช.คมนาคม ได้มีคำสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถ และเจ้าหน้าที่ควบคุมรางในเที่ยวรถดังกล่าวไว้ก่อนตามขั้นตอน

นอกจากนี้ ยังได้สั่งปรับเปลี่ยนมาตรการตรวจสอบสารเสพติด จากเดิมที่เป็นการ “สุ่มตรวจเป็นรอบ” ให้ยกระดับเป็น “ตรวจทั้งหมด 100%” โดยครอบคลุม 3 หน่วยงานหลักด้านการขนส่งมวลชน ได้แก่:

  1. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
  2. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
  3. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)

เล็งจำกัดเวลา “รถไฟขนสินค้าหนัก” วิ่งเฉพาะกลางคืน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กล่าวต่อว่า แผนระยะสั้น คือการมุ่งบริหารจัดการ “คน” เพื่อลดความผิดพลาดจากปัจจัยมนุษย์ (Human Error) ส่วนระยะยาวจำเป็นต้องลงทุนในระบบเทคโนโลยีป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งแม้อาจมีข้อจำกัดด้านระเบียบราชการ และงบประมาณ แต่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งรัดดำเนินการอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมพิจารณามาตรการจำกัดเวลาเดินรถไฟขนส่งสินค้าหนัก โดยจะผลักดันให้หลีกเลี่ยงการวิ่งเวลากลางวัน และปรับเปลี่ยนมาวิ่งในช่วงเวลากลางคืนที่การจราจรเบาบางแทน ในลักษณะเดียวกับมาตรการจำกัดเวลารถบรรทุกของกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากรถสินค้ามีน้ำหนักมาก มีระยะเบรกที่ยาวกว่าปกติ และต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญสูงในการควบคุม

สำหรับด้านการเยียวยา เบื้องต้นมีการกำหนดวงเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตรายละ 1.5 ล้านบาท และกรณีทุพพลภาพรายละ 500,000 บาท โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ รฟท. และ ขสมก. พิจารณานำเงินทุนจากกองทุนที่เกี่ยวข้องเข้ามาสมทบเพิ่มเติม เพื่อมอบการช่วยเหลือเยียวยาที่เหมาะสม และดีที่สุดแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ขสมก ขอแสดงความเสียใจ สั่งเยียวยาสูงสุด 1.5 ล้านบาท


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles