รฟท. สรุปผลฟังความเห็น Missing Link ย้ายจุดสร้าง เปลี่ยนชื่อเป็น สถานีรามาธิบดี อำนวยความสะดวกผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าปรับรายละเอียด โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย (Missing Link) โดยไฮไลท์สำคัญ คือการย้ายตำแหน่งก่อสร้าง และเปลี่ยนชื่อสถานีราชวิถีเดิมเป็น สถานีรามาธิบดี เพื่อตอบโจทย์การเดินทางที่ไร้รอยต่อ โดยการปรับปรุงครั้งนี้ มุ่งเน้นการยกระดับสถานีให้เป็นศูนย์กลางการเข้าถึงบริการสาธารณสุขระดับประเทศ พร้อมมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด
เจาะรายละเอียดการปรับแบบ
นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท. ระบุว่า การทบทวนผลการศึกษาครั้งนี้มีความจำเป็น เนื่องจากสภาพกายภาพของพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:
- ย้ายจุดก่อสร้าง: ขยับจากตำแหน่งเดิมลงมาทางทิศใต้ของแยกอุภัยเจษฎุทิศ ประมาณ 100 เมตร (ระหว่างถนนสวรรคโลกและถนนกำแพงเพชร 5)
- เชื่อมต่อ Sky Walk: ก่อสร้างทางเดินลอยฟ้าเชื่อมเข้าสู่พื้นที่โรงพยาบาลรามาธิบดีโดยตรง และเชื่อมกับสะพานลอยเดินเท้าของ กทม. ที่ลากยาวไปถึงแยกตึกชัยและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
- โครงสร้างสถานี: ออกแบบเป็นแบบคลองแห้ง (Open Trench) และตัวสถานีรูปกล่อง (Cut-and-Cover) มี 2 ชั้น (ชั้นชานพักและชั้นชานชาลา) พร้อมเผื่อพื้นที่รองรับรถไฟความเร็วสูงและ Airport Rail Link ในอนาคต

มาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA
เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ใกล้สถานพยาบาล รฟท. จึงวางมาตรการเข้มงวด:
- ป้องกันฝุ่นและดิน: ติดตั้งรั้วทึบ 1 เมตร พรมน้ำสม่ำเสมอ และสร้างผนังกันดิน (D-Wall) ป้องกันการทรุดตัว
- ควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือน: ติดตั้งเครื่องวัดแบบ Real-time และหลีกเลี่ยงงานเสียงดังในช่วงกลางคืน
- จัดการจราจร: จัดช่องจราจรพิเศษ (Reversible Lanes) ในช่วงเร่งด่วน และประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงผ่านศูนย์ประสานงานตำรวจจราจร
ทำไมต้องเป็นสถานีแบบ Open Trench และ Cut-and-Cover
การออกแบบ สถานีรามาธิบดี ด้วยเทคนิค Open Trench (คลองแห้ง) และ Cut-and-Cover (ขุดแล้วกลบ) มีข้อดีสำคัญคือ:
- ลดทัศนียภาพบดบัง: ตัวสถานีจะอยู่ระดับต่ำกว่าผิวดิน ทำให้ไม่บดบังความสวยงามของศาสนสถานหรืออาคารสำคัญในพื้นที่ประวัติศาสตร์
- ประหยัดพลังงาน: การระบายอากาศและแสงสว่างทำได้ดีกว่าอุโมงค์ปิดสนิท
- ความปลอดภัย: โครงสร้างรูปแบบนี้มีความมั่นคงสูงต่อแรงสั่นสะเทือน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นและมีอาคารสำคัญล้อมรอบ
การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน
นายอรรถพล เน้นย้ำว่า การปรับแบบสถานีรามาธิบดี ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการตัดสินใจจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากการรวบรวมข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการสอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย และผู้ใช้บริการในพื้นที่จริง
- กระบวนการรับฟังความเห็น: รฟท. ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย ทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) การประชุมปฐมนิเทศโครงการ และการประชุมกลุ่มย่อยในระดับพื้นที่ (Small Group Meeting)
- ประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญ: ข้อเสนอแนะส่วนใหญ่เน้นไปที่การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานี การจัดการจราจรในระหว่างก่อสร้างเพื่อไม่ให้กระทบต่อรถพยาบาลฉุกเฉิน และกรอบระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน
- การนำไปปฏิบัติ: รฟท. ได้นำข้อเสนอแนะเหล่านี้มาพัฒนามาตรการสิ่งแวดล้อมและมวลชนสัมพันธ์ เพื่อให้รายงานผลการศึกษาโครงการมีความสมบูรณ์ที่สุดก่อนนำเสนอขออนุมัติก่อสร้างในปี 2571 ต่อไป

Timeline การดำเนินงาน
- ปี 2571: นำเสนอ ครม. เพื่ออนุมัติโครงการ
- ปี 2572: จัดทำ TOR ราคากลาง และเปิดประกวดราคา
- ปี 2573: เริ่มต้นงานก่อสร้าง (คาดว่าใช้เวลา 5 ปี)
- ปี 2578: เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลติดต่อสอบถาม
ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าได้ที่:
- ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท.: โทร 0 2220 4775 (ในวันและเวลาราชการ)
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : รฟท. ขานรับ นโยบายกระทรวงคมนาคม 2569 ยุค พิพัฒน์



