“จุลพันธ์” เล็งหารือออกมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคม ลดผลกระทบวิกฤตพลังงาน ส่วนสปส. ยันเลือกตั้งบอร์ด 1 เลือก 7 ตามเดิม
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงแรงงานถึงแนวทางการทำงาน และแนวทางการกำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม ว่า จากวิกฤตพลังงาน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น ดังนั้น สิ่งแรกที่จะช่วยแรงงาน คือการออกมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคม และการสร้างมาตรการรองรับ ด้วยการคงการจ้างงาน หากสถานการณ์รุนแรงกว่านี้ ซึ่งมีการวางกรอบและรอรายละเอียดที่ชัดเจนกว่านี้
“สิ่งสำคัญที่สุด คือ เอกชนจะต้องเดินหน้าได้ การจ้างงานจะต้องไม่ดรอปลงไป เพราะถ้าแรงงานหลุดจากระบบการจ้างงาน ทักษะของแรงงานก็จะหายไปจากระบบ ทำให้ผลิตภาพของประเทศตกไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดังนั้น การคงการจ้างงาน อาจจะลดเวลาทำงาน โดยภาครัฐสนับสนุนในเรื่องของเม็ดเงินไปยังเอกชนหรือแรงงาน เราต้องหาแนวทางรองรับ เพราะมีแนวโน้มว่าวิกฤตพลังงานจะหนักหน่วงกว่าที่เป็นอยู่ วิกฤตครั้งนี้ทุกคนต้องร่วมมือกัน”

ส่วนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม จะยังคงมีการเลือกตั้งตามกรอบเวลาเดิมที่สำนักงานได้กำหนดขึ้น โดยจะใช้สูตรการเลือกตั้งแบบปัจจุบัน คือ ผู้ประกันตน 1 คน เลือกคณะกรรมการประกันสังคมฝั่งผู้ประกันตนได้ 7 คน
ทั้งนี้โจะมีการลงนามภายหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้วในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามกรอบระยะเวลาพร้อมกับกล่าวว่า อยากเห็นสำนักงานประกันสังคม เป็นองค์กรหลักที่ดูแลเงินของแรงงานได้อย่างมีอิสระ โดยไม่ขึ้นอยู่ภายใต้การกำกับ หรือการแทรกแซงของฝ่ายการเมือง
“ผมขอยืนยันจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือแทรกแซงการทำงาน โดยจะให้การทำงานของสำนักงานประกันสังคมมีอิสระและโปร่งใส และจะต้องอิสระจากการเมืองทุกฝ่าย ทุกสี อยากเรียกร้อง สำนักงานประกันสังคม และกลุ่มการเมืองต่างๆ ตนต้องการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ให้เป็นองค์กรที่สามารถพึ่งพาได้ ไม่กลายเป็นขั้วการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือปล่อยให้ประกันสังคมสามารถเดินหน้าได้ด้วยความเป็นกลาง ซึ่งจะถือให้จุดนี้เป็นการทำงานในจุดเริ่มต้นก่อน และจะลงรายละเอียดต่อไปในอนาคต”
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนขการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2569 อยากให้มีการปรับเพิ่ม แต่ต้องพิจารณาภาวการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย ซึ่งหากเศรษฐกิจดี ก็จะมีการปรับให้เหมาะสม และสิ่งที่มีการพูดคุยกัน คือ การสร้างกลไกในการพิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นไปตามอัตโนมัติ ลดดุลยพินิจลง โดยต้องดูหลายมิติ ไม่เพียงเงินเฟ้อเท่านั้น



