กสิกรไทย-ไทยรัฐ-ไลน์-ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ร่วมเปิดตัวแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์…รู้ทันป้องกันโกง” เสริมความรู้ เติมสติให้คนไทย ลดความเสียหาย โดยปี68 มูลค่าเสียหาย 25,000 ล้านบาท ไตรมาส1ปีนี้ 6,000 ล้านบาท ย้ำ!อย่าโอนไว ตรวจเช็กให้ละเอียดก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกสิกรไทย- LINE ประเทศไทย-ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และไทยรัฐกรุ๊ป ได้ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญ “สติไฟต์เตอร์…รู้ทันป้องกันโกง” ระหว่าง เพื่อรวมพลังยกระดับป้องกันมิจฉาชีพ ร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ เชื่อมข้อมูลกัน เพื่อหยุดยั้งมิจฉาชีพ โดยจะติดตามผลการทำงานร่วมกันทุกเดือน เพื่อทบทวนสถานการณ์ แจ้งเตือน ปรับแผนงานให้เท่าทันต่อพฤติกรรมมิจฉาชีพที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพและให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลความจริงมากที่สุด
โดยนายพิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อยกระดับการป้องกันภัยมิจฉาชีพในสังคมไทย เนื่องจากปัญหาดังกล่าวกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชน และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย โดยในปี2568 ได้สร้างความเสียหายมากกว่า 25,000 ล้านบาท และเพียงไตรมาส1ของปีนี้ ได้สร้างมูลค่าความเสียหายไปแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท
ขณะที่มิจฉาชีพ ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบกลโกงไปเรื่อยๆ และรวดเร็วมาก มีวิธีแปลกตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย ต้องร่วมกันแก้ไข เพื่อมิให้คนไทยตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ด้วยการสร้างการตระหนักรู้ เสริมความรู้ และเติมสติให้คนไทยรู้ทันภัย เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และป้องกันตัวเองได้จริง
“ประชาชนต้องมีสติ อย่ารีบโอน เพราะถ้าโอนไว ก็จะเสียหายมาก ยอมเสียเวลาเช็กรายละเอียดของเว็บลิงค์ที่ส่งมา หรือบัญชีธนาคารที่ส่งมาสักนิด จะลดความเสียหายได้ ถือว่าสติมาปัญญาเกิด”
ขณะที่น.ส.จิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ กล่าวว่า ปัญหาสแกมเมอร์นั้น เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ ร่วมกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาไปพร้อมกัน เช่นเดียวกับไทยรัฐกรุ๊ป ให้ความสำคัญมากเช่นกัน พร้อมทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ข้อมูลความจริง ให้ความรู้กับประชาชน รู้เท่าทันภัยออนไลน์ ผ่านการเล่าเรื่องอุทาหรณ์กรณีต่างๆให้ประชาชนได้รับรู้ การปรับหลักสูตรการเรียนในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 110 แห่ง เพื่อให้ความรู้แก่เด็กตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากห้องเรียน
“การร่วมมือครั้งนี้ ด้วยความตั้งใจจริงที่จะเดินหน้า ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมปลอดภัย กระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัว ฉุกคิดก่อนโอนเงินทุกครั้ง เพราะสติ คือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุดจากมิจฉาชีพ เพราะมิจฉาชีพ มีวิวัฒนาการใหม่ๆ ตลอดเวลา ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้ การย้ำให้ประชาชนมีสติ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ”
พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) หัวหน้าส่วนอำนวยการ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือศูนย์ ACSC กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมา นอกจากปราบปรามจับกุมมิจฉาชีพออนไลน์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง ห้ามรับจ้างเปิดบัญชีม้า เพราะตามเส้นทางการเงิน ตำรวจสามารถตรวจพบแน่ ซึ่งขณะนี้จำนวนการรับจ้างเปิดบัญชีม้าลดลง
ทั้งนี้ศูนย์ ACSC จะนำข้อมูลความจริงกลโกง มาให้ประชาชนได้รับรู้มากขึ้น ให้มีการตีแผ่กลลวงของมิจฉาชีพกระจายไปถึงประชาชนให้มากที่สุด ประชาชนสามารถเช็กข้อมูลได้ตลอดว่า บัญชีนี้เป็นบัญชีม้าหรือไม่ หรือรูปแบบนี้เป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ขอให้ประชาชนเช็กข้อมูลก่อน จะโอนเงิน
น.ส.ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ไลน์ในฐานะแพลตฟอร์มรายใหญ่ ที่มีผู้ใช้งานราว 56 ล้านคน พร้อมที่จะให้ข้อมูลการใช้งานอย่างถูกต้องและปลอดภัย หากพบว่ามีบัญชีใดที่ได้รับรายงานว่าเป็นมิจฉาชีพ หรือผิดปกติ ทางไลน์ก็จะระงับการใช้บัญชีไว้
ขณะเดียวกันจะเป็นช่องทางช่วยเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยและให้ความรู้ที่ถูกต้องรวดเร็วสู่ประชาชน จะได้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ เพราะปัจจุบันกลโกงของมิจฉาชีพมาในรูปแบบใหม่ๆ เสมอ ดังนั้นการให้ข้อมูล เตือนสติ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกเอ๊ะ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ



