มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขยายโครงการ คาร์บอนเครดิต สู่ป่าชายเลนภาคใต้ครั้งแรก

กดแชร์

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขยายโครงการ คาร์บอนเครดิต สู่ป่าชุมชนชายเลนบนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ พื้นที่ 2,000 ไร่ ชี้ป่าชายเลนดูดซับคาร์บอนได้ดีกว่าป่าบนบก คงเป้าหมายขยายสู่ 1 ล้านไร่ทั่วประเทศภายในปี 2575-2576 จากเป้าหมายเดิมในปี 2573 พร้อมขยายความร่วมมือสู่นานาชาติ

นายสมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ขยายโครงการ คาร์บอนเครดิต สู่ภาคใต้ โดยเป็นพื้นที่บนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่

พื้นที่แห่งนี้เป็นป่าชุมชนที่จัดการโดยประชาชนชาวมุสลิมในชุมชนทุ่งหยีเพ็งมาก่อน

ฝันถึงสมเด็จย่าฯให้ช่วยรักษาป่า

“ในตอนแรกคิดว่าแบรนด์แม่ฟ้าหลวง อาจจะไม่มีใครรู้จักในพื้นที่กระบี่ แต่กลับได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เคยฝันถึงสมเด็จย่า (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ว่าให้ช่วยรักษาป่าผืนนี้ไว้ ไม่คิดว่าวันหนึ่งลูกหลานแม่ฟ้าหลวงจะมามาช่วยทำงานจริงๆ”

ในอดีตสมเด็จย่าเคยเสด็จไปทรงงานที่ป่าชายเลนจังหวัดระนอง และตามเกาะต่างๆในภาคใต้ ทำให้ชาวบ้านรุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไป มีความทรงจำ และความผูกพันกับภาพลักษณ์ของแม่ฟ้าหลวงเป็นอย่างดี

นายสมิทธิกล่าวว่า ทีมงานตั้งใจเข้าไปทำโครงการคาร์บอนเครดิต เพื่อให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงมีข้อมูลพื้นฐาน(Beseline data) ครบทุกระบบนิเวศในประเทศไทย

เนื่องจากตามทฤษฎีแล้ว ป่าชายเลนสามารถดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบนบกประมาณ 3-5 เท่า

อีกทั้งยังมีมูลค่าทางความหลากหลายทางชีวภาพ(biodiversity) สูงมาก เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เช่นปู ปลาและแม่หอบ(สัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลัง จัดเป็น “ซากดึกดำบรรพ์ชีวิต” ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป) ซึ่งหากประเมิน เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจะได้เม็ดเงินสูงกว่าป่าบนบก

“การทำงานในป่าชายเลนมีความยากลำบากกว่าป่าบนบกมากเนื่องจากมีข้อจำกัดของพื้นที่ เช่นมีระบบน้ำขึ้นน้ำลงต้นไม้หนาแน่นและมีรากสูงการวัดขนาดต้นไม้เพื่อประเมินคาร์บอนเครดิตต้องปีนขึ้นไปวัดเหนือรากบนสุด บางครั้งก็มีการรบกวนของสัตว์ทำให้ป้าย (tag) ที่ติดไว้ตามต้นไม้สูญหาย”

carbon credit measure
cb bird in forest

กระบวนการสร้างคน

นายสมิทธิกล่าวว่า สำหรับการทำงานจะเน้นการมีส่วนร่วมและให้ชุมชนตัดสินใจ โดยทีมงานลงพื้นที่ไปกว่า 10 คนหลายรอบ เพื่ออธิบายกระบวนการและผลตอบแทนทั้งหมดให้ชาวบ้านฟัง หลังจากนั้นให้ชาวบ้านกลับไปโหวตกันเองว่าจะอนุญาตให้ทำโครงการหรือไม่ เมื่อตกลงจะมีการอบรมอย่างน้อยสามวัน โดยแบ่งชาวบ้านเป็นทีมวางแปลงสำรวจ สอนการเก็บข้อมูลน้ำขึ้นน้ำลง ทีมรู้เรื่องบัญชี การทำแผนและการจัดการงบประมาณ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างคนตามหลักการทำงานที่สำคัญของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

ชาวบ้านสร้างรายได้จากการรักษาป่า โดยเกณฑ์สำคัญของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ คือการให้รางวัลชุมชนที่ตั้งใจรักษาป่าโดยชาวบ้านที่นี่ จะได้รายได้เฉลี่ยไร่ละ 500 บาทต่อปี จากพื้นที่ทั้งหมด 2,000 ไร่จะได้เงินรวมประมาณ 100,000 บาทต่อปี

“สำหรับโครงการนี้สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านประทับใจคือ โครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการ top down หรือ การสั่งการจากระดับบน แต่เปิดโอกาสให้ชุมชนนำงบประมาณที่ได้ ไปออกแบบกิจกรรม และอนาคตของชุมชนได้เอง”

carbon credit mission in krabi

ลดพื้นที่ไฟไหม้ได้จริง

นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯได้นำสื่อมวลลงพื้นที่ ไปดูงานการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่บ้านเวียงจอมจ้อ ต. เวียง อ. เทิง จ. เชียงราย ซึ่งมีพื้นที่ ป่าชุมชนทั้งหมด 20,000 ไร่ ของพื้นที่ป่าเต็งรัง ครอบคลุม 35 ชุมชน

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สนับสนุนงบประมาณในการดูแลป่าชุมชน 300 บาทต่อไร่/ปีในปีที่ 1 และ 400 บาทต่อไร่/ปีในปีที่ 2

นายวีระสุทธิ์ ไชยปันดิ ประธานกรรมการป่าชุมชนบ้านจี้ใต้ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 19 ที่เข้าร่วมโครงการเล่าให้ฟังว่าก่อนเข้าร่วมโครงการการจัดการคาร์บอนเครดิต ระหว่างปี 2562-66 มี พื้นที่ไฟไหม้ ถึง 8,562 ไร่

ต่อมาในปี 2567 พื้นที่ไฟไหม้ลดเหลือ 445 ไร่ การเข้าร่วมโครงการทำให้ สามารถลดไฟป่ามีรายได้นำไปพัฒนาสินค้าในชุมชนซึ่งสามารถหารายได้เพิ่มเติม เข้าสู่ชุมชน

นายสมิทธิกล่าวว่า โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ป่ากว่า 287,914 ไร่ ใน 12 จังหวัด มีชุมชนเข้าร่วม 303 ชุมชน และมีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 161,000 คน

carbon press at Chiang Rai

ขยายคาร์บอนเครดิต 1ล้านไร่ ใน 7 ปีข้างหน้า

ตั้งเป้าขยายพื้นที่ให้ครบ 1,000,000 ไร่ภายในปี 2575- 2576 ล่าช้าจากแผนเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2573 เนื่องจาก ผลกระทบจากความล่าช้าของการจัดทำ ร่างพรบ. คาร์บอนเครดิต

โครงการครอบคลุมระบบนิเวศหลากหลายเช่น ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าชายเลน เพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนสู่การสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยปัจจุบันสามารถรับรองคาร์บอนเครดิตแล้วจาก 12 ชุมชน พื้นที่รวม 12,840 ไร่ คิดเป็นปริมาณ 58,824 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ขยายความร่วมมือสู่นานาชาติ

มล. ดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิ แม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า ได้เริ่มขยายความร่วมมือสู่ระดับนานาชาติ เพื่อส่งเงินลงทุนสู่ชุมชนโดยตรง ลดการกระจุกตัวในโครงการขนาดใหญ่

ในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจากับบริษัทเอกชนจากยุโรป หากสำเร็จ จะช่วยผลักดันคาร์บอนเครดิตจากป่าไม้ไทยสู่ตลาดโลก และเชื่อมทรัพยากรธรรมชาติเข้ากับเศรษฐกิจสากลอย่างเป็นรูปธรรม แนวทางนี้สะท้อน “เศรษฐกิจชุมชนรูปแบบใหม่” ที่เชื่อมโยงกับตลาดคาร์บอน และทำให้การอนุรักษ์ทรัพยากรเป็นแหล่งรายได้อย่างยั่งยืน

Thai carbon credit go inter

ข่าวมูลนิธิ แม่ฟ้าหลวงฯ อื่นๆ : มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าเต็มสูบ ยกเครื่องการทำงานตามยุทธศาสตร์ใหม่


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles