“อรรษิษฐ์” ปลัดมหาดไทย เอาฤกษ์เอาชัยปีใหม่ 69 ร่วมทอดผ้าป่ามหากุศลสองครูบา เพื่อจัดสร้างพระตำหนักทรงเมืองพระแม่เจ้าจามเทวี ณ โบราณสถานกู่ช้างลำพูน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่ามหากุศลสองครูบา เพื่อจัดสร้างพระตำหนักทรงเมืองพระแม่เจ้าจามเทวี ณ โบราณสถานกู่ช้างลำพูน ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ซึ่งได้รับเมตตาจาก พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยพระเถรานุเถระในพื้นที่จังหวัดลำพูน ประกอบพิธีเป็นจำนวนมาก โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้างลำพูน และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

การนี้ พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน ได้กล่าวสัมโมทนียกถาโดยปรารภถึงการก่อสร้างพระตำหนักทรงเมืองพระแม่เจ้าจามเทวีอยู่ในสถานที่อใกล้กับกู่ช้างซึ่งเป็นที่ประดิษฐานอัฐิช้างศึกคู่ราชบัลลังก์ของพระองค์ถือว่าได้ทําอะไรเพื่อพระแม่จามเทวีผู้ทรงเป็นวีรสตรีผู้มีบุญญาธิการและพระบารมีอันสูงส่ง และกู่พระอัฐิพระองค์ก็อยู่ที่วัดจามเทวี นอกจากนี้ พระบารมีได้ปกปักษ์รักษาเมือง ทั้งได้กำเนิดพระเจ้ามหันตยศกุมาร ครองเมืองลำพูน และพระเจ้าอนันตยศ ครองเมืองลำปาง เป็นเมืองพี่เมืองน้อง รวมเชียงใหม่เป็นล้านนา สร้างความผาสุกและความเจริญรุ่งเรืองให้กับจังหวัดลำพูน ลำปาง และเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง สืบมาถึงปัจจุบัน
การทอดผ้าป่าฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นโดยคณะกรรมการมูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้างลำพูน นำโดยนายชวลิต สุริยจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ ได้รับความเมตตาคำแนะนำจากพระครูปัญญาธรรมวัฒน์ (ครูบาอินทร) เจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง และพระอาจารย์ไพรัช อภิชาโต เจ้าอาวาสวัดดอยน้อย ในการพัฒนาสถานที่ด้วยการจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างพระตำหนักทรงเมืองพระแม่เจ้าจามเทวี “ปฐมกษัตริย์หริภุญไชย” ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบในการระดมทุน และจัดผ้าป่ามหากุศลสองครูบาประจำปีขึ้น

“กู่ช้าง เป็นสถานที่บรรจุซากของพระยาช้าง “ผู้กล่ำงาเขียว” ซึ่งเป็นช้างทรงคู่พระบารมีของพระเจ้ามหันตยศและพระเจ้าอนันตยศ พระราชโอรสแฝดของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์องค์แรกของนครหริภุญไชย ตามประวัติเล่าสืบต่อกันว่า “ผู้กล่ำงาเขียว” เป็นช้างที่มีฤทธิเดชมาก เพราะเมื่อช้างเชือกนี้หันไปทางศัตรู จะทำให้ศัตรูอ่อนกำลังลงทันที และเมื่อช้างเชือกนี้ล้มลงจึงมีการสร้างสถูปขึ้นเพื่อบรรจุซากของช้าง โดยให้ซากช้างหันหน้าขึ้นไปบนอากาศ ส่วนงาทั้งคู่ถูกนำไปบรรจุไว้ในสถูปพระสุวรรณจังโกฏเจดีย์ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระนางจามเทวี ณ วัดจามเทวี อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน”
โบราณสถานกู่ช้างลำพูน เป็นปูชนียสถานที่ประชาชนชาวลำพูนให้ความเคารพสักการะและเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันมาก และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางมาเคารพสักการะและขอพรตามความเชื่อ ทั้งด้านหน้าที่การงาน การค้าขาย การดำรงชีวิตประจำวัน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลำพูน



