ข้อกำหนดใหม่ ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า เริ่ม 21 มี.ค. 69 คุ้มครองผู้บริโภคเต็มสูบ ป้องกันการบิดเบือนข้อมูลสเปกรถนำเข้า
การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์พลังงานสะอาดในปัจจุบัน จะมีความโปร่งใส และง่ายขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศยกระดับให้ ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพของรถแต่ละรุ่นได้อย่างชัดเจน ก่อนควักกระเป๋าจ่ายเงิน
คุมฉลาก มาตรการใหม่รับกระแสรถ EV
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวน และความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงต้องยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยบังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงข้อมูลบนฉลากเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน ทั้งยี่ห้อ รุ่น ระบบขับเคลื่อน ราคา รวมถึงข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
ข้อมูลเฉพาะที่ต้องมีบนฉลากรถไฟฟ้า
นอกจากข้อมูลพื้นฐานแล้ว กฎหมายฉบับนี้ยังบังคับให้ต้องระบุรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อโดยตรง ได้แก่
- ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า: ต้องระบุให้ชัดว่าเป็น HEV (ไฮบริด), PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด), BEV (ไฟฟ้า 100%) หรือ FCEV (เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน)
- กำลังมอเตอร์: ระบุทั้งกำลังสูงสุดและกำลังต่อเนื่อง
- แบตเตอรี่: ต้องบอกประเภทและความจุ (kWh) อย่างชัดเจน
- ระยะทางวิ่ง: จำนวนกิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐานทดสอบที่กำหนด)
- เงื่อนไขการรับประกัน: หากไม่มีประกันแบตเตอรี่ต้องระบุว่า “ไม่มี” ให้เห็นชัดเจน
- อัตราการใช้ไฟฟ้า: เพื่อให้ผู้ซื้อประเมินค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรได้
- แหล่งที่มา: หากเป็นรถนำเข้า ต้องระบุประเทศผู้ผลิตและข้อมูลผู้นำเข้าครบถ้วน
วิธีเปรียบเทียบสเปกบนฉลาก อย่างมืออาชีพ
เพื่อให้การอ่านฉลาก ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญกับ 3 จุดหลักดังนี้
- ความจุแบตเตอรี่ vs ระยะทางวิ่ง: อย่ามองแค่จำนวนกิโลเมตรที่วิ่งได้ ให้ดูความจุแบตเตอรี่ควบคู่กัน หากรถสองรุ่นวิ่งได้ระยะทางเท่ากัน แต่รุ่นหนึ่งใช้แบตเตอรี่ความจุน้อยกว่า แสดงว่าระบบจัดการพลังงานของรุ่นนั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่า (ประหยัดไฟมากกว่า)
- มาตรฐานการวัดระยะทาง: โดยปกติฉลากจะระบุมาตรฐาน เช่น WLTP หรือ NEDC ซึ่งความแม่นยำจะต่างกัน (WLTP มักจะใกล้เคียงการใช้งานจริงมากกว่า) การมีฉลากที่เป็นทางการจะช่วยให้เราเปรียบเทียบมาตรฐานเดียวกันได้ง่ายขึ้น
- กำลังต่อเนื่อง (Continuous Power): หลายคนดูแค่แรงม้าสูงสุด แต่ “กำลังต่อเนื่อง” คือสิ่งที่จะบอกว่ารถคันนี้สามารถรักษาความเร็วในการขับขี่ทางไกลได้ดีแค่ไหน
ข้อควรระวังและระบบความปลอดภัย
กฎหมายใหม่เน้นย้ำให้ฉลากฯ ต้องมีข้อความเตือนเรื่องระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้งานที่ผิดวิธี เช่น ข้อกำหนดในการชาร์จไฟที่บ้าน และมาตรฐานความปลอดภัยของตัวถังเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : พาณิชย์สั่ง คุมราคาสินค้า ฟันแล้ว 5 รายไม่ติดป้ายราคา!



