“กรณ์ จาติกวณิช” กางพิมพ์เขียว นโยบายเศรษฐกิจประชาธิปัตย์ มุ่งแก้ปมโครงสร้างประเทศด้วย 4 ยุทธศาสตร์ปฏิรูป หวังกระชาก GDP ไทยพุ่งแตะ 5% ใน 4 ปี พร้อมชูธงล้างบางทุนเทา-สแกมเมอร์ ป้องกันเม็ดเงินรั่วไหลปีละ 2 แสนล้าน
นโยบายเศรษฐกิจประชาธิปัตย์ โรดแมป 4 ปี ดัน GDP โตแบบขั้นบันได นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์กู้เศรษฐกิจชาติ โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นและข้อจำกัดทางโครงสร้างที่ทำให้เติบโตต่ำกว่าศักยภาพมานานหลายปี เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ประชาธิปัตย์จึงเสนอแนวทางการผลักดัน GDP ให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน “โมเดลขั้นบันได”
โดยมีแผนงานแบ่งเป็นระยะเพื่อให้ภาคธุรกิจปรับตัวได้ทัน ดังนี้:
- ระยะสั้น: เร่งฟื้นความเชื่อมั่นขยับจาก 2% สู่ 3%
- ระยะกลาง: เสริมแกร่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจสู่ระดับ 3-4%
- เป้าหมายสูงสุด: ดันศักยภาพเต็มสูบที่ระดับ 5% ภายในระยะเวลา 4 ปี
4 เสาหลักปฏิรูป: รื้อโครงสร้าง สร้างโอกาสใหม่
นายกรณ์เน้นย้ำว่า การจะพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ไม่สามารถทำได้ด้วยการกระตุ้นระยะสั้น แต่ต้องอาศัยการ “ผ่าตัดโครงสร้าง” ใน 4 มิติสำคัญ:
- ปฏิรูปพลังงาน (Energy Reform): รื้อโครงสร้างค่าไฟ ปรับลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่มีราคาสูง เปิดเสรีระบบสายส่งไฟฟ้า (Third Party Access) เพื่อให้เกิดการซื้อขายพลังงานสะอาดโดยตรง ตั้งเป้าลดค่าไฟเหลือ 3.50 บาทต่อหน่วย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและดึงดูดเม็ดเงินลงทุน FDI
- ปฏิรูปภาษี (Tax Reform): เพิ่มกำลังซื้อให้ชนชั้นกลางและแรงงานโดยตรง ด้วยการ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้ 40,000 บาทแรก ซึ่งแม่นยำกว่าการแจกเงินและไม่สร้างภาระทางการคลังระยะยาว
- ปฏิรูปราชการ (Public Sector Reform): เปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ลดขั้นตอนการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ขัดขวางการทำธุรกิจ
- การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New S-Curve): มุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพระดับโลก เช่น อาหารพรีเมียมและอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานโลกใหม่
ล้างบางอาชญากรรมการเงิน อุดรอยรั่ว 2 แสนล้าน
ประเด็นที่น่าสนใจคือการชูนโยบายปราบปราม “ทุนเทาและสแกมเมอร์” อย่างจริงจัง นายกรณ์เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า อาชญากรรมเหล่านี้ดึงเงินออกจากระบบเศรษฐกิจไทยไปกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 1% ของ GDP
พรรคประชาธิปัตย์จึงประกาศให้การจัดการปัญหานี้เป็น “เงื่อนไขหลัก” ในการเข้าร่วมรัฐบาล โดยจะใช้ระบบเทคโนโลยีธนาคารที่ทันสมัยเข้าตรวจสอบและป้องกันตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำเม็ดเงินเหล่านี้กลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส
“เราไม่ต้องการแค่การกระตุ้นที่หวือหวา แต่เราต้องการวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยกลับมาแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยไม่ทิ้งภาระหนี้ไว้ให้ลูกหลาน” นายกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กาง “นโยบายเศรษฐกิจพรรคประชาชน” พร้อมบริหารทันที!



