“เอกนิติ” นำทีม 8 หน่วยงานรัฐ คิกออฟ Thailand Fast Pass ผนึกกำลัง 23 บิ๊กคอร์ปโลก ขับเคลื่อนเม็ดเงินลงทุน สู่ระบบเศรษฐกิจจริง เร่งเครื่องจ้างงาน ยกระดับซัพพลายเชนไทยสู่เวทีสากล
รัฐบาลเดินหน้าเชิงรุกประกาศ คิกออฟ Thailand Fast Pass ดันลงทุน ด้วยเม็ดเงินหมุนเวียนจริงแตะ 7 แสนล้านบาทในปีนี้ หวังใช้เป็น “ทางด่วนเศรษฐกิจ” ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้เติบโตมากกว่าร้อยละ 3 พร้อมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน BOI ได้เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 8 หน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งส่งมอบใบรับรองโครงการ Thailand Fast Pass ให้แก่ผู้แทนบริษัทชั้นนำระดับโลกจำนวน 23 แห่ง ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแปรเปลี่ยนตัวเลขคำขอส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นการลงเสาเข็มก่อสร้างและเกิดการจ้างงานจริงโดยเร็วที่สุด
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการขานรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่มุ่งเน้นให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการลงทุน” ซึ่งปัจจุบันสัญญาณความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ที่ทะยานสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.8 ล้านล้านบาท ขณะที่เฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้ มีคำขอเข้ามาแล้วถึง 1 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 142 สอดคล้องกับอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยโดยสถาบัน IMD ล่าสุดที่ขยับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 26 โดยเฉพาะในหมวดการลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment)
“ใบสมัครของ BOI จะไม่มีประโยชน์เลยหากไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นการลงทุนจริงได้ โครงการ Thailand Fast Pass จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเร่งรัดให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ภาคธุรกิจ การก่อสร้าง และภาคการผลิตจริงในประเทศ” นายเอกนิติ กล่าว
ทั้งนี้ มาตรการเชิงรุกดังกล่าวเริ่มส่งผลบวกชัดเจนในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา โดย GDP ขยายตัวร้อยละ 2.8 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเติบโตโดดเด่นถึงร้อยละ 10.1 ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double Digits) ครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่า เม็ดเงินหมุนเวียนจริงในระบบเศรษฐกิจผ่านโครงการ BOI Fast Pass และ Thailand Fast Pass รวมกันจะสูงเกือบ 7 แสนล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทยใน 5 มิติหลัก ดังนี้:
- Investment-led Growth: กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านเม็ดเงินลงทุนจริง และเสริมแกร่งขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
- Employment Generation: สร้างงานและอาชีพใหม่ รองรับกลุ่มวิศวกร ช่างเทคนิค นักบัญชี และแรงงานในพื้นที่
- Technology Transfer: ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับทักษะและรายได้ของแรงงานไทย
- Supply Chain Integration: เชื่อมโยงกลุ่มทุนข้ามชาติเข้ากับผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้รับเหมา และผู้ประกอบการ SME ในประเทศ
- Local Wealth Distribution: กระจายเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก ทั้งธุรกิจร้านอาหาร ที่พัก และการขนส่งในชุมชน
เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลคือการผลักดันอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ก้าวสู่ Top 20 ของโลกภายใน 4 ปี และขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : คมนาคม–คลัง”ร่วมใช้พื้นที่ราชพัสดุในสนามบิน 28 แห่งทั่วประเทศ



