ธนาคารออมสิน คิวแน่นเอี้ยด ชาวบ้านแห่เบิก เงินหมื่น

กดแชร์

คนแห่เบิก เงินหมื่น แน่น ธนาคารออมสิน   “เผ่าภูมิ” เผย ประชาชนกด เงินหมื่น ตู้เอทีเอ็ม ธ.ก.ส. พุ่ง 18.8 เท่าตัว ขณะที่ ธนาคารออมสิน ยอดกด เงินหมื่น รวมพุ่ง 3.7 เท่าตัว มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจทันที ด้านกระทรวงดีอี เตือน อย่าเชื่อข่าวปลอม ที่ระบุว่า “ผู้พิการที่ทำบัตรผู้พิการหลังวันที่ 31 ส.ค. 2567 จะไม่ได้รับสิทธิ์เงินดิจิทัล 10,000 บาท”

เซ็นทรัลเวสต์เกตคึกคัก ชาวบ้านแห่เบิก เงินหมื่น ธนาคารออมสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(28 กันยายน 2567) บรรยากาศหน้า ธนาคารออมสิน สาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต บางใหญ่ ชั้น 3 เต็มไปด้วยประชาชน ที่มาเบิกเงิน 10,000 บาท ตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับกลุ่มเปราะบาง ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนพิการ ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับเงินดังกล่าว เข้าคิวกันยาวเหยียด ต่างจากธนาคารที่อยู่ในชั้นเดียวกัน

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 25 ก.ย. 2567 ประชาชนถอนเงิน ยอดเงิน 10,000 บาท จากตู้เอทีเอ็มของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เพิ่มขึ้น 18.8 เท่าตัว เทียบกับวันที่ 24 ก.ย. 2567

ส่วนยอดถอนเงินตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน วันที่ 25 ก.ย. 2567 มีจำนวนรายการถอนเงินพุ่ง 1.76 เท่าตัว จำนวนเงินเพิ่มขึ้น 2.84 เท่าตัว วันที่ 26 ก.ย. 2567 มีจำนวนรายการถอนเงินเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว จำนวนเงินเพิ่มขึ้น 3.72 เท่าตัว เทียบกับวันที่ 24 ก.ย.2567

เผ่าภูมิ มั่นใจ เงินหมื่น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันที

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ตัวเลขข้างต้น บ่งชี้ว่า ประชาชนกลุ่มเปราะบาง มีความจำเป็น ต้องใช้เงินสูง มีเงินไม่พอใช้ มีเท่าไหร่ต้องถอนมาใช้เกือบหมด ช่วยการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันที และมีประสิทธิภาพ

ขณะที่นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ผลการเฝ้าระวังติดตาม และรับแจ้งข่าวปลอม ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 20 – 26 ก.ย. 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 842,624 ข้อความ โดยมีข้อความ ที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ ทั้งสิ้น 310 ข้อความ

สำหรับช่องทาง ที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 294 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 16 ข้อความ รวมเรื่อง ที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ ทั้งหมด 232 เรื่อง และจากการประสานงาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบ กลับมาแล้ว 107 เรื่อง

ข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย

  • กลุ่มที่ 1  นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 103 เรื่อง
  • กลุ่มที่ 2  ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้า และบริการ ที่ผิดกฎหมาย จำนวน 50 เรื่อง
  • กลุ่มที่ 3  ภัยพิบัติ จำนวน 40 เรื่อง
  • กลุ่มที่ 4  เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง
  • กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 34 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม ข่าวปลอม ที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า เป็นข่าวนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ หน่วยงานและโครงการของรัฐ โดยเฉพาะ โครงการโอนเงิน 10,000 ให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และบัตรคนพิการ ข่าวผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นข่าวที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชน

ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่

  • อันดับที่ 1  เรื่อง ผู้พิการที่ทำบัตรผู้พิการหลัง 31 ส.ค. 2567 จะไม่ได้รับสิทธิ์เงินดิจิทัล 10,000 บาท
  • อันดับที่ 2   เรื่อง Up5 Sure Digestion ช่วยรักษา โรคแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้
  • อันดับที่ 3  เรื่อง ดื่มเบียร์ช่วยรักษาโรคความดันต่ำ
  • อันดับที่ 4  เรื่อง บัตร 10 ปีที่ต่างด้าวได้รับ ถูกจำหน่ายออกจากระบบ
  • อันดับที่ 5   เรื่อง ภายใน 25 วัน จะเกิดสึนามิฝั่งอ่าวไทย คลื่นสูง 14-20 เมตร
  • อันดับที่ 6   เรื่อง 5 วิธีปฏิบัติ เลี่ยงการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
  • อันดับที่ 7   เรื่อง อำเภอละงูฝนตกน้ำท่วม แต่น้ำทะเลลดลงผิดปกติ เฝ้าระวังการเกิดสึนามิ
  • อันดับที่ 8   เรื่อง ลุกจากที่นอนกะทันหัน ทำให้กระดูกกะโหลกศีรษะแตก หัวใจหยุดเต้น
  • อันดับที่ 9   เรื่อง 10 อาหารป้องกัน การติดเชื้อไวรัส และไซนัสเรื้อรัง
  • อันดับที่ 10   เรื่อง เปิดโทรศัพท์มือถือเวลา 00:30-03:30 น. รังสีคอสมิกเข้าใกล้โลก ทำให้ร่างกายเกิดอันตราย

“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอม ที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้อง กับโครงการตามนโยบายของรัฐบาล หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะโครงการโอนเงิน 10,000 ให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และบัตรคนพิการ ข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสุขภาพของประชาชน

รวมทั้งข่าวที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมด มีผลกระทบต่อประชาชน อาจเกิดความเสียหาย การเข้าใจผิด เกิดเป็นความวิตกกังวลให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว

สำหรับอันดับ 1 เรื่อง ผู้พิการที่ทำบัตรผู้พิการหลัง 31 ส.ค. 2567 จะไม่ได้รับสิทธิ์เงินดิจิทัล 10,000 บาท พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ

โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานกับ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ตามที่ครม.มีมติเห็นชอบ เงินที่จะมอบให้พี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง รายละ 10,000 บาท

รัฐบาลได้ขยายเวลาลงทะเบียนให้กับคนพิการทุกคนทั่วประเทศ ไปจนถึงวันที่ 3 ธ.ค. 2567 โดยผู้พิการที่ทำบัตรผู้พิการหลัง 31 ส.ค. 2567 ยังสามารถทำเรื่องลงทะเบียนได้จนถึงวันเวลาที่กำหนด

เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม

ดังนั้นขอเตือน ให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ ข้อมูลดังกล่าวต่อ ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โทร. 1300

ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “Up5 Sure Digestion ช่วยรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้” พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงาน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่า

กรณีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ Up5 Sure เป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณ ของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวง ให้เกิดความหลงเชื่อ โดยไม่สมควร และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง อย. จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ต่อไป

โดยหากประชาชน มีความสงสัย ในข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถติดตาม ได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียน ได้ที่สายด่วน 1556

ทั้งนี้ ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้ เท่าทันข่าวปลอม ที่ถูกแพร่กระจาย บนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบ ต่อประชาชนในสังคม เป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าว หรือลิงก์เว็บไซต์ ให้แน่ชัด

สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)

Line ID: @antifakenewscenter  เว็บไซต์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles