อนุทิน เปิดเวที E-SAN Life drive ขับเคลื่อนอนาคต เศรษฐกิจอีสาน หวังดึงศักยภาพจังหวัด สร้างเม็ดเงินในพื้นที่ หนุนประชาชนก้าวอย่างมั่นคง
หาpositioning พัฒนา เศรษฐกิจอีสาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาในงาน E-SAN Life drive ขับเคลื่อนอีสานสู่อนาคต 8 จังหวัด 8 วิสัยทัศน์ โดยมีภาคเอกชนและประชาชน ร่วมเสนอแนวคิดในการพัฒนา เศรษฐกิจอีสาน ในพื้นที่
โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ กรรมการกฤษฎีกา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และข้าราชการระดับสูง ผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง ประกอบด้วย ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธรนครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า นายอาคม ซึ่งเป็นคนศรีสะเกษ จึงมั่นใจว่า ด้วยประสบการณ์ของนายอาคม จะทำให้การประชุมมีคุณค่า และมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นทั้งอดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และด้วยคุณสมบัติ ที่ได้รับใช้ชาติมา สิ่งที่จะมาถ่ายทอดให้ได้รับฟังจากประสบการณ์ จะทำให้ ต่อยอดแนวทาง ทำให้การขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจของความหมาย ความหวังที่จะมีความหมายและมีความหวังที่จะประสบความสำเร็จสัมฤทธิ์ผลได้มากยิ่งขึ้น
“เรามาประชุมร่วมกันจากทุกภาคส่วน ทางภาคเอกชนข้าราชการประจำ ภาคส่วนการเมืองและประชาชน ซึ่งจะต้องใช้พลังของเราทั้งหมดนี้ในการขับเคลื่อน ให้ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ได้มีการบรรลุผลสัมฤทธิ์” นายอนุทินกล่าว
ทั้งนี้ จากรากฐานต่างๆจากที่ได้วางกันมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว อาจจะพูดถึงอนาคตในแบบของการแลกเปลี่ยนมุมมอง ทางภาครัฐเอกชน และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดอีสานไลฟ์ไดร์ฟ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถก้าวไปได้อย่างมั่นคง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยทุกกรม ปลัดกระทรวง อธิบดีทุกคนผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้มารับฟังและให้ความเห็น จากผู้ที่เราเชื่อว่ามีบทบาทโดดเด่นทางด้านเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด เพื่อที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของทุกจังหวัดมาร่วม ประชุมในวันนี้ด้วย ก็จะทำให้เกิดการสะท้อนความต้องการ ความเห็นคำแนะนำของประชาชนซึ่งเราทุกคนก็พร้อมที่จะรับฟัง เส้นทางกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้คำปรึกษา เพิ่มโอกาสเสริมสร้างรายได้

สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอีสานตอนล่าง 8 จังหวัดคือ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์
ตามกรอบแผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือปี 2566 – 2570 นั้น ให้ทิศทางไว้ว่า จะต้องพัฒนาสู่การเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาใน 3 มิติ คือ “Green”, “Gate” และ “Growth”
Green หมายถึง การเป็น “ฐานการผลิต” ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นส่งเสริมเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG หรือ Bio-Circular-Green economy เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
Gate คือการเป็นประตูเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้โอกาสจากการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน ระเบียงเศรษฐกิจ พัฒนาการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์
และ Growth คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สนับสนุนการพัฒนาศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากการท่องเที่ยวชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย
นายอนุทินกล่าวว่า การทำเกษตรแนวใหม่ที่ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น แน่นอนจะต้องมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งในการเพาะปลูก ทั้งในการแปรรูป ให้ข้าว หอมแดง กระเทียม มันสำปะหลัง อ้อย และพืชเศรษฐกิจอื่นๆมีมูลค่ามากขึ้น
หลังจากนั้น การส่งไปขาย ตลาดในประเทศเป็นอย่างไร ตลาดต่างประเทศส่งถึงไหม ตรงนี้ก็ต้องคิดถึงระบบการขนส่ง การลำเลียง และการเปิดตลาดที่จะสามารถทำราคาได้ดี
“เรื่องความเข้าใจตลาดนี่สำคัญ จึงเป็นเหตุผลให้ผมต้องมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูแลด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะ” มท.1กล่าว
สุดท้ายอย่าลืมต้นทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างภาคบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องคิดว่าเป็นการขายประสบการณ์ หาไอเดียว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งที่มีอยู่ได้อย่างไร
“ที่บุรีรัมย์เมื่อสามวันก่อน ผมได้ไปร่วมพิธีเปิดงาน “Colors of Buriram” เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อ สืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”
นี่คือหนึ่งตัวอย่าง ของการหยิบฉวยภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แล้วเอามาต่อยอด ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด จากการจัดงานแฟร์ได้อีก”


นายอนุทินยังกล่าว ชื่นชมการทำงานของนายอาคมในอดีต ซึ่งเป็นการทำงานสานต่อ ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา และขณะนั้นเราก็เป็นรัฐบาล พวกเรานี่แหละที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทำได้เกือบหมด เพราะเวลานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ส่วนนายอาคมก็ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านก็สนับสนุนโครงการอย่างเต็มที่ มีเงินมา มีโปรเจค มีโครงการต่างๆ ทั้งทำรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ สะพานมิตรภาพที่ข้ามแม่น้ำโขงตั้ง 2-3 แห่ง เพราะฉะนั้นการเชื่อมต่อของเรา ที่จะเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้า ค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบมันเชื่อมต่อได้แล้ว บางส่วนผ่านประเทศ ที่ยังไม่พัฒนาอย่างเต็มที่แต่อย่างน้อยการเชื่อมต่อไม่มีการขาดตอน เราจะต้องเชื่อว่าทำให้ประเทศไทยของเราได้เปรียบสูงสุดจากการที่เรามีระบบสาธารณูปโภค การขนส่ง ที่มั่นคงแข็งแรงมากที่สุด หากเรามีกันบริหารจัดการที่ดีเราจะเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งของอาเซียน



