“พชร” บี้รัฐใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน

กดแชร์

ถอดบทเรียนเวียดนาม-อินเดีย ชี้ทางรอดไทยต้องเร่ง ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ปลดล็อกผูกขาด-เปิดประมูลเสรี ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโลก

นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานฯ พ.ศ. 2569 โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูประเทศ คือการ ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน เพื่อออกจากระบบเดิมที่ล้าสมัยและราคาแพง สู่ตลาดพลังงานเสรีที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ก่อนที่ไทยจะสูญเสียขีดความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนข้ามชาติไปอย่างถาวร

ชี้ “โครงสร้างล้าสมัย” คือต้นตอค่าไฟแพง

นายพชร ระบุว่า ปัจจุบันราคาพลังงานไทยสูงกว่าเพื่อนบ้านไม่ได้เกิดจากความขาดแคลนทรัพยากร แต่เกิดจาก “โครงสร้าง” ที่ถูกออกแบบมาในอดีตแต่ยังใช้งานในโลกปัจจุบัน การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ลดลง และราคาผันผวนตามภูมิรัฐศาสตร์ เป็นสัญญาณเตือนว่าไทยต้องปฏิรูปทันที โดยยกตัวอย่างเวียดนามที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านโซลาร์เซลล์ในอาเซียน และดึงดูดการลงทุนมหาศาลอย่างกรณี Lego ที่สร้างโรงงาน Carbon Neutral แห่งแรกของโลก ซึ่งใช้พลังงานสะอาด 100%

ถอดบทเรียนเวียดนาม กับดักราคาตายตัวที่ไทยต้องเลี่ยง

แม้เวียดนามจะขยายพลังงานหมุนเวียนได้เร็ว แต่ต้องเผชิญวิกฤตการเงิน จากการใช้ระบบราคารับซื้อไฟฟ้าแบบตายตัว (Feed-in Tariff) จนทำให้รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ขาดทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 นายพชรชี้ว่า นี่คือบทเรียนสำคัญที่ไทยต้องระวัง

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนผ่านเร็วเกินไป แต่อยู่ที่การกำหนดราคาที่ไม่สะท้อนความจริงและการผูกขาดสัญญาในระยะยาว”

โดยแนะนำให้ไทยหันไปศึกษาโมเดลของอินเดียที่ใช้ระบบ “ประมูลแข่งขัน” จนทำให้ราคาโซลาร์ลดลงถึง 68% ในรอบ 10 ปี

3 กลยุทธ์เร่งด่วน ปฏิรูปพลังงานไทยภายใต้งบ 2 แสนล้าน

ภายใต้วงเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท นายพชรเสนอให้รัฐบาลเร่งทำ 3 สิ่งทันทีเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน:

  1. เปิดตลาดเสรี: ปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (DPPA) และโซลาร์รูฟท็อปอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการลงทุนเองโดยไม่ต้องใช้งบรัฐ
  2. เปลี่ยนระบบจัดซื้อ: เลิกต่อสัญญา PPA แบบเดิมที่ผูกมัดรัฐ (Take-or-Pay) แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบประมูลแข่งขันเพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริง
  3. แยกสายส่งออกจากผู้ผลิต: เพื่อสร้างการแข่งขันที่แท้จริง ไม่ให้ผู้ผลิตรายใหญ่ควบคุมโครงข่ายจนปิดกั้นรายย่อย

ไทยต้องเร่งเป็น Neutral Carbon Hub

ในโลกการค้าปัจจุบัน “พลังงานสะอาด” ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “ตั๋วผ่านทาง” ในการส่งออกสินค้า และการดึงดูดการลงทุน (FDI)

  • มาตรการภาษีโลก: เช่น CBAM ของยุโรป ที่จะรีดภาษีสินค้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง หากไทยไม่มีพลังงานสะอาดราคาถูกให้ผู้ผลิตใช้ สินค้าไทยจะขายไม่ออก
  • ความมั่นคงทางราคา: พลังงานหมุนเวียน (โซลาร์/ลม) มีต้นทุนที่ค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับฟอสซิล ช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว 20-30 ปี
  • การจ้างงานยุคใหม่: การเปลี่ยนผ่านจะสร้างอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) และการจัดการโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid)

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : ไทยออยล์ ไตรมาส1 ปีนี้ กำไรงาม 19,481 ล้าน


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles