เจาะลึกปม สุขภาพจิตพนักงาน หลังพบช่องโหว่เกณฑ์รับเข้างานเดิมไม่ครอบคลุม อธิบดีสั่งคุมเข้มตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางราง 2568
กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากต่อมาตรฐานความปลอดภัยในระบบราง เมื่อกรมการขนส่งทางราง (ขร.) สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถไฟฟ้าสายสีแดงทันที หลังเกิดเหตุการณ์กรีดร้องขณะเดินรถ พร้อมชูประเด็นการยกระดับ สุขภาพจิตพนักงาน ให้เป็นวาระเร่งด่วนในการคัดกรองบุคลากร เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันในอนาคต
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพนักงานขับรถไฟฟ้าหญิงส่งเสียงกรีดร้องระหว่างสถานีรังสิต – ดอนเมือง เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ได้รับทราบข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ และไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงประสานงานกับ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ให้สั่งพักงานพนักงานรายดังกล่าวชั่วคราว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินภาวะสุขภาพจิตอย่างละเอียด
พบช่องโหว่เกณฑ์รับพนักงานแบบเดิม
จากการรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำร่างกฎกระทรวงว่าด้วยคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ พบข้อเท็จจริงที่น่ากังวลว่า เดิมทีพนักงานขับรถไฟฟ้าของ รฟฟท. ยังไม่มีกระบวนการตรวจประเมินภาวะสุขภาพจิต อย่างเป็นระบบก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ มีเพียงการตรวจความพร้อมทางร่างกายทั่วไปก่อนขับรถในแต่ละวันเท่านั้น ซึ่งอธิบดี ขร. มองว่าความเครียดสะสม หรือปัญหาส่วนตัวอาจส่งผลกระทบต่อสมาธิ และสมรรถภาพในการควบคุมขบวนรถได้

ยึด พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 คุมเข้ม
เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ ขร. ได้นำมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาบังคับใช้ ซึ่งระบุว่า หากผู้ประจำหน้าที่คนใดมีอาการเจ็บป่วยหรือเสื่อมสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ อธิบดีมีอำนาจสั่งให้เข้ารับการทดสอบทางการแพทย์ หรือพักงานทันที โดยเคสนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่จะนำไปสู่การทบทวนใบอนุญาต และกำหนดให้เกณฑ์ด้านสุขภาพจิตเป็น “ภาคบังคับ” สำหรับผู้ประจำหน้าที่ทุกคน
สุขภาพจิต คือหัวใจของการเดินรถสาธารณะ
ในต่างประเทศ มาตรฐานการดูแลสุขภาพจิตพนักงานขับรถไฟฟ้า ถูกยกให้มีความสำคัญเทียบเท่ากับนักบิน (Aviation Standard) เนื่องจากพนักงานต้องรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารจำนวนมหาศาลภายใต้สภาวะกดดัน เช่น การทำงานในที่แคบและปิดสนิท การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และการทำงานตามตารางเวลาที่เคร่งครัด ภาวะความเครียดสะสม (Burnout) หรือโรคทางจิตเวชที่แฝงอยู่จึงเป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็น การตรวจสุขภาพจิตประจำปี (Psychological Assessment) และการมีระบบ Support พนักงานที่มีประสิทธิภาพ จึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่คือหนึ่งในมาตรการด้าน “ความปลอดภัย” (Safety Culture) ที่ระบบขนส่งทางรางทั่วโลกให้ความสำคัญ
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : MRT สายสีม่วง ยกระดับอารยสถาปัตย์ ติดแผนที่อักษรเบรลล์ทุกสถานี



