บสย. ลุยหนุนเอสเอ็มอีไทย เข้าถึงสินเชื่อ ผ่าน Roadshow SME SMART UP 2025

กดแชร์

บสย. ผนึก “เซ็นทรัลแล็บไทย” ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย พร้อมส่งเสริม SMEs ไทย เข้าถึงสินเชื่อ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ 

  • ตั้งเป้าช่วย SMEs กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว อาหาร สินค้าเกษตรแปรรูป 
  • สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ผ่านกลไกค้ำประกันเครดิตของ บสย. ไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย
  • ผู้ที่สนใจร่วมโครงการ ค้ำประกันสินเชื่อ PGS11 ติดต่อที่สำนักงานเขต บสย. 11 สาขาทั่วประเทศ 

นายกิตติพงษ์ บุรณศิริ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ร่วมแถลงข่าว เปิดตัวกิจกรรม Roadshow SME SMART UP 2025 ภายใต้หัวข้อ “เอสเอ็มอีไทยเข้มแข็ง สินค้าไทยเติบโต” จัดโดย บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เซ็นทรัลแล็บไทย ณ อาคารฝึกอบรมและการประชุม บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.68 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กิจกรรม Roadshow SME SMART UP 2025 เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 10 หน่วยงาน ลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหาผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการต่อยอดและพัฒนาสินค้าให้เข้าสู่กระบวนการสร้างมาตรฐานการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ผ่านกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ การสนับสนุนงบประมาณในโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) 

เพื่อส่งเสริม SMEs เข้าถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D BANK, บสย., สถาบันอาหาร, องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย, อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และภาคเอกชน สถาบันรหัสสากล GS1 Thailand, สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย, บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอเจ อีคอมเมิร์ช จำกัด 

นายกิตติพงษ์ กล่าวด้วยว่า บสย. จะเข้าไปช่วยเหลือ SMEs ที่ต้องการลงทุน ขยายกิจการ เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ 

โดยร่วมโรดโชว์ไปในจังหวัดต่างๆ รวม 8 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี ราชบุรี จันทบุรี  ลำพูน นครสวรรค์ ตรัง สุราษฏ์ธานีและมหาสารคาม โดยให้คำปรึกษา SMEs ในด้านการเงิน การทำธุรกิจ ฯลฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยตั้งเป้าช่วย SMEs กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว อาหาร สินค้าเกษตรแปรรูป สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบผ่านกลไกค้ำประกันเครดิตของ บสย. ไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย 

นายกิตติพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ถือเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ บสย. ให้การค้ำประกันเป็นอันดับต้นๆ โดยในปี 67 บาย. มียอดค้ำประกันกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม อยู่ในอันดับที่ 3 คิดเป็น 10.7% คิดเป็นยอดค้ำประกันกว่า 5,700 ล้านบาท 

ทั้งนี้ จากความร่วมมือในครั้งนี้ บสย. พร้อมให้ความช่วยเหลือ SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบ ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” ปัจจุบันมีวงเงินคงเหลือกว่า 20,000 ล้านบาท ภายใต้โครงการค้ำประกันต่างๆ อาทิ โครงการค้ำประกัน Smart Green สำหรับธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้โมเดล BCG หรือ ESG วงเงินค้ำประกัน 1 – 40 ล้านบาทต่อราย อัตราค่าธรรมเนียม 1.5% ต่อปี ฟรี! ค่าธรรมเนียม 4 ปีแรก จากความร่วมมือในครั้งนี้ ตั้งเป้าช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบมากกว่า 2,000 ล้านบาท และรักษาการจ้างงานไม่น้อยกว่า 12,000 ตำแหน่ง 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” สามารถติดต่อที่สำนักงานเขต บสย. 11 สาขาทั่วประเทศ หรือลงทะเบียนผ่าน Line OA : @tcgfirst นอกจากนี้ บสย. ยังมีการให้บริการผ่าน “ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs” ที่พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำ SMEs ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การแก้ปัญหาหนี้ และให้ความรู้ทางการเงิน โดยผู้ประกอบการ SMEs สามารถขอรับคำปรึกษาและตรวจสุขภาพทางการเงินเพื่อเตรียมพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles