ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank ร่วมกับ ป.ป.ช. ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ-เงินฝากหนุนเอกชนไทยที่มีกระบวนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ผ่าน 4 โครงการ วงเงินรวมกว่า 15,000 ล้านบาท ถือเป็นโครงการที่แรกของโลก
- สินเชื่อบัตรเงินฝากสีขาววงเงิน 5,000 ล้านบาท สินเชื่อเอ็กซิมเงินทุนสีขาว 3 โครงการ
- เผยภาคธุรกิจในไทย มีความต้องการแหล่งเงินทุนเกี่ยวกับอีเอสจี สินเชื่อสีขาว-สีเขียว ถึง 5-7 ล้านล้านบาท
- ชี้ปัจจุบันมีแหล่งเงินเข้าหนุนได้เพียง 4 แสนล้านบาท ลั่นภาคธุรกิจ ยังมีความต้องการสินเชื่อกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิม แบงก์(EXIM Bank) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย เพื่อออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อและเงินฝาก สนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยที่มีกระบวนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันตามมาตรฐานสากล ได้รับโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินที่ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ มีสภาพคล่องสูงขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก
ทั้งนี้ ประกอบด้วย 4 โครงการ วงเงินรวมกว่า 15,000 ล้านบาท ได้แก่ บัตรเงินฝากสีขาววงเงิน 5,000 ล้านบาทแบ่งเป็น 3 อายุ คือ ระยะเวลา 3 เดือน ดอกเบี้ย 2.15% ต่อปี ระยะเวลา 6 เดือน ดอกเบี้ย 2.20% ต่อปี และระยะเวลา 12 เดือน ดอกเบี้ย 2.25% ต่อปี
ต่อมาเป็น สินเชื่อเอ็กซิมเงินทุนสีขาว 3 โครงการ รวม 10,000 ล้านบาท ได้แก่ สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการเริ่มต้นเข้าร่วมกิจกรรมต่อต้านคอร์รัปชันได้วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.60% ใน 6 เดือนแรก
นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่ได้แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วม แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันฯ ได้มาตรฐาน 1 ดาว และอยู่ระหว่างการขอรับรองเป็น 2 ดาว หรืออยู่ระหว่างการขอรับรองไอเอสโอ ได้รับสินเชื่ออเนกประสงค์ หรือเพื่อการลงทุน ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 4.75% ในปีแรก วงเงิน 50 ล้านบาท ผ่อนนาน 5 ปี
และสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน 2 ดาว หรือ 3 ดาว ตลอดจนได้รับการรับรองมาตรฐานไอเอสโอ 37001 โดยได้เงินทุนเพื่อใช้ในกิจการสูงสุด 100 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้นปีแรก 3.75% ผ่อนนานสุด 7 ปี
“ปัจจุบัน ภาคธุรกิจในประเทศไทย ต่างมีความต้องการแหล่งเงินทุนที่เกี่ยวกับอีเอสจี ทั้งสินเชื่อสีขาวด้านธรรมาภิบาล รวมถึงสินเชื่อสีเขียว และสีน้ำเงิน ที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม 5-7 ล้านล้านบาท แต่ขณะนี้เพิ่งมีแหล่งเงินเข้าสนับสนุนได้เพียง 400,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยังมีความต้องการสินเชื่อกลุ่มนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งธนาคารเองก็จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือในทุกด้าน พร้อมกับตั้งเป้าหมายมีบริษัทเข้าร่วมการต่อต้านทุจริตเพิ่ม จาก 1,000 ราย เป็น300,000 ราย ภายใน 10 ปี” นายรักษ์ กล่าว
ด้านนายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีมาตรการ และมีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริต โดยเป็นมาตรการสร้างแรงจูงใจที่ออกโดยภาครัฐ เช่นมาตรการทางภาษี การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีมาตรการ และมีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริต ที่ออกโดยภาครัฐมากยิ่งขึ้น
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย



