รอหน่อย!รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายมาแน่

กดแชร์

“คมนาคม” จ่อชง ครม. ไฟเขียวนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เฟส 2 ภายใน พ.ค.นี้ เร่งเครื่องเจรจา PPP ปรับสัญญาเอกชน

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ขร. ได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแนวทางการดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาล (ระยะที่ 2) ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีเหลือง รถไฟฟ้าสายสีชมพู และรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายใน พ.ค. 2568 ก่อนประกาศใช้ภายใน ก.ย. 2568 ตามที่เคยประกาศไว้

สำหรับกรอบการดำเนินการมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ระยะที่ 2 ก่อนที่จะประกาศใช้นั้น ภายหลัง ครม. มีมติเห็นชอบแล้ว หน่วยงานกำกับสัญญาร่วมทุนของโครงการรถไฟฟ้าใฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล จะเร่งรัดดำเนินการเจรจากับคู่สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า เพื่อปรับปรุงแก้ไขสัญญาสัมปทานหรือจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)

นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) จะดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้กลาง (Central Clearing House : CCH) เชื่อมโยงกับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในช่วง ส.ค. 2568 จากนั้น จะเริ่มดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ระยะที่ 2 ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า ขณะนี้ กระทรวงคมนาคม ได้เร่งผลักดันจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) 3 ฉบับ เพื่อสับสนุนมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ประกอบด้วย 1.ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. (พ.ร.บ.ตั๋วร่วม) โดยขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ส.ส.) ครบทุกมาตราแล้ว คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา (กมธ.ส.ว.) และคาดว่า จะมีผลบังคับใช้ภายใน ส.ค. 2568

สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม คือ การจัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม” ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการชดเชยส่วนต่างของรายได้ค่าโดยสารให้แก่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าต่างๆ เพื่อให้สามารถเก็บค่าโดยสารในอัตรา 20 บาทตลอดสายได้จริง โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของผู้ประกอบการ ในระหว่างนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลัก ได้ดำเนินการเตรียมร่างกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ คาดว่า จะแล้วเสร็จภายใน ก.ย. 2568

2.ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. …. (พ.ร.บ.กรมรางฯ) สำหรับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและพัฒนาโครงข่ายระบบรางของประเทศ ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. …. สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณานำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน ก.ค. 2568

3.พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 (พ.ร.บ.รฟม.) โดยรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการใช้กลไกที่มีอยู่เดิมตาม พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 โดยเฉพาะในหมวด 4 ว่าด้วยสัมปทาน มาตรา 57 ซึ่งเปิดโอกาสให้ ครม. สามารถเข้ามาดำเนินการเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะ ในกรณีที่มีความจำเป็น รัฐบาลสามารถสั่งการให้ผู้รับสัมปทานดำเนินการแก้ไข หรือแม้กระทั่งเพิกถอนสัมปทานในกรณีที่มีเหตุสำคัญอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยมีกระบวนการในการจ่ายเงินค่าทดแทนที่เป็นธรรม ทั้งนี้ การนำมาตรา 57 ใน พ.ร.บ.รฟม. มาพิจารณา เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่รัฐบาลจะใช้สนับสนุนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเจรจากับผู้รับสัมปทานปัจจุบัน


กดแชร์
ข่าวล่าสุด
- Advertisement -spot_img
Latest Articles