“นายกฯอิ๊งค์-พิชัย” เตรียมหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น-กลาง-ยาว หวังดันจีดีพีไทยเติบโต3.5% คาดมีความชัดเจนภายในมี.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ร่วมประชุมหน่วยงานสำคัญ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) หามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และจัดทำเป็นแผนระยะสั้น-กลาง-ยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ เติบโต 3.5% นั้น และได้นำแผนการเบื้องต้น นำเสนอให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบก่อนเดินทางไปเยือนประเทศเยอรมัน
สำหรับมาตรการระยะสั้นนั้น หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเป็นมาตรการภาษี ที่จะออกมากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ การเร่งรัดการเบิกจ่ายของภาครัฐและเอกชน ซึ่งกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะก.พ.ร.จะต้องไปทำเครื่องมือชี้วัด หรือ KPI การทำงานของข้าราชการอย่างเคร่งครัด เพราะเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่เป็นของระบบราชการ
ส่วนระยะกลางและระยะยาว จะต้องแก้ปัญหาโครงสร้างเกษตรกรรมของประเทศ ที่ต้องร่วมมือกันหลายฝ่ายโดยจะเจาะจงเป็นรายการสินค้าที่ส่งออกเป็นอันดับแรก ด้วยการจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ตั้งแต่การปลูกอย่างมีคุณภาพ ผลผลิตต่อไร่ วางแผนการผลิตให้ตรงความต้องการของตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาให้ภาคเกษตรกรรมของไทยแข็งแรง
“ผมจะทำเป็นเรื่องๆ เพื่อให้แก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เหมือนการแก้หนี้ แต่ต้องปรับทั้งโครงสร้าง เช่น การกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็ต้องสร้างความสมดุลระหว่างรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าด้วย ส่วนภาคเกษตร ก็ต้องไปดูตั้งแต่เรื่องระบบน้ำ ปุ๋ย เป็นต้น แม้บางเรื่องจะต้องใช้เวลา แต่ต้องเร่งทำตั้งแต่วันนี้ และครั้งนี้ผมดึงก.พ.ร.มาประชุมด้วย เพื่อวัดผลการทำงาน หรือตั้งเป็น KPI ของหน่วยงานราชการว่าร่วมกันขับเคลื่อนมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณ แม้ว่ากรมบัญชีกลางจะเร่งรัดการเบิกจ่ายแล้ว แต่จะมีก.พ.ร.เข้ามาช่วยอีกขั้นตอน โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่นี้ เมื่อทำสำเร็จแล้ว จะนำรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบภายในเดือนมี.ค.นี้” นายพิชัย กล่าว



