การประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมความรู้ด้าน AI และผลักดันนวัตกรรมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค
ดร. ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน กล่าวว่า ระหว่างที่เรากำลังก้าวสู่อนาคตที่หล่อหลอมด้วยแนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ สิ่งสำคัญคือการทำให้ทุกชุมชน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มีความรู้และทักษะที่จำเป็นเพื่อความสำเร็จในโลกยุค AI โครงการ AI Ready ASEAN มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเยาวชน ครู และครอบครัวทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในขณะที่เทคโนโลยี AI พัฒนาไปข้างหน้า และด้วยความร่วมมือร่วมใจกัน เราจะสามารถลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีและช่วยให้ทุกคนในอาเซียนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จาก AI”
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในจังหวะเวลาที่เหมาะสมท่ามกลางการเติบโตของ AI และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนให้ขยายตัวถึง 3 เท่า จากมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน นโยบายภายใต้ ข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Framework Agreement) คาดว่าจะช่วยเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลให้ขยายตัวขึ้นอีกเท่าตัว ดันมูลค่าแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แม้จะมีแรงขับเคลื่อนดังกล่าว แต่ความพร้อมด้าน AI ในภูมิภาคยังคงมีความเหลื่อมล้ำอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะช่องว่างทางดิจิทัลที่เห็นได้ชัดจากปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีประสิทธิภาพและการขาดแคลนโครงการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล ส่งผลให้การผลักดันภูมิภาคสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI เป็นไปอย่างล่าช้า ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากระดับความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศสมาชิก โดยสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำของภูมิภาคได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 จาก 190 ประเทศในดัชนีความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ของภาครัฐปี 2567 ในขณะที่ สปป. ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการประยุกต์ใช้ AI โดยอยู่ในอันดับที่ 136 145 และ 149 ตามลำดับ
“การประชุมครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจและมอบแนวทางที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในกาทำให้ AI สามารถเข้าถึงชุมชนที่ขาดโอกาส โดยเฉพาะวิธีการปรับเนื้อหาและแนวคิดด้าน AI ให้เป็นบทเรียนที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับผู้เรียนในท้องถิ่น ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นในการถ่ายทอดความรู้เรื่อง AI การศึกษาในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยสร้างเยาวชนให้เป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบ รู้จักใช้ข้อมูลและทรัพยากรออนไลน์อย่างชาญฉลาด พร้อมทั้งมีทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญ การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ปฏิบัติงานจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ได้เรียนรู้แนวทางการสอนที่ประสบความสำเร็จ และร่วมกันหาทางออกสำหรับความท้าทายที่แต่ละพื้นที่กำลังเผชิญ” กล่าวโดยพันธมิตรในการดำเนินงานระดับท้องถิ่นจาก AYO Thailand.
รายงานการศึกษาของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งอาเซียนได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ “นโยบายการลดช่องว่างเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจาก AI ในภูมิภาค” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น โดยเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมมือกันทั้งในระดับภูมิภาคและภายในประเทศของตน
แนวคิดการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคนี้สอดรับกับมาตรการและข้อริเริ่มต่าง ๆ ที่ได้หารือกันในการประชุม ซึ่งมุ่งเน้นการเร่งรัดการประยุกต์ใช้และพัฒนาความรู้ด้าน AI ในประเทศสมาชิก
“จากข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ จะเห็นว่าเราจำเป็นต้องร่วมมือกันในระดับภูมิภาคเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาด้าน AI ได้อย่างทั่วถึง เมื่อประชาชนมีทักษะด้าน AI จะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน เปิดประตูสู่การเข้าถึงทักษะทางเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบอัตโนมัติได้มากยิ่งขึ้น เมื่อประชากรในภูมิภาคมีความพร้อมด้าน AI อาเซียนจะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน กระตุ้นการเติบโตของสตาร์ทอัพ บริษัทเทคโนโลยี และระบบนิเวศในภูมิภาค” กล่าวโดยพันธมิตรในการดำเนินงานระดับท้องถิ่นจาก AYO Thailand
การประชุมนโยบายระดับภูมิภาคครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ AI เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือ แบ่งปันความรู้ และการพัฒนาแนวนโยบายที่เป็นประโยชน์ เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี AI และสร้างอนาคตที่ไร้รอยต่อและเต็มไปด้วยนวัตกรรม



