“พิชัย”ประชุมแนวทางดำเนินการไทยต่อภาษีทรัมป์วันนี้(11เม.ย.68) เตรียมปรับแผนเจรจาหลังสหรัฐฯเลื่อนบังคับใช้มาตรการภาษีโต้ตอบ เล็งขยายเพดานหนี้สาธารณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 เม.ย.68) เวลา 16.00 น. นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชุมหารือถึงแนวทางการดำเนินการของไทยต่อกรณีนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 20 ตึก 150 ปี กระทรวงการคลัง และหลังจากประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงข่าวผลการประชุมอีกครั้ง
นายพิชัย กล่าวว่า การเลื่อนกำหนดการบังคับใช้ มาตรการภาษีโต้ตอบของสหรัฐฯเป็นเวลา 90 วันนั้น เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้ได้อยู่แล้ว เนื่องจากหลายประเทศต้องใช้เวลาเจรจาและเดินทาง แต่การเลื่อนกำหนดบังคับใช้ดังกล่าว มีทั้งกลุ่มประเทศที่ได้รับการเลื่อนการบังคับใช้ และไม่ได้เลื่อน ทำให้ประเทศไทยต้องปรับแผนการเจรจา เพื่อให้สอดคล้องกับสัดส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทุกกลุ่ม โดยยังคงอยู่บนพื้นฐานสร้างความสมดุลทางการค้าระหว่างประเทศ
ทั้งนี้เนื่องจากไทยและหลายประเทศ ยังคงถูกเก็บภาษีพื้นฐานสำหรับส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10% แต่หลายประเทศ มีต้นทุนดังกล่าว ในอัตราเดียวกัน แต่หากประเทศคู่แข่งทางตรงของไทย ได้รับการปรับลดภาษี และไทย ถูกเก็บภาษีสูงกว่า จึงมองว่า เป็นเรื่องน่ากังวล และผู้บริโภคชาวอเมริกันจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น
ส่วนกรณีความกังวลผลกระทบจากการเจรจากับสหรัฐฯนั้น ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร ถึงเศรษฐี ล้วนกังวลผลกระทบที่สงครามการค้าทั้งสิ้น ทั้งที่ ยังไม่ได้เริ่มเจรจาต่อรองใดๆ จึงเป็นเพียงผลกระทบทางจิตวิทยาทั้งสิ้น
“ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลก และหากว่าจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจพิจารณาขยายเพดานก่อหนี้สาธารณะจากปัจจุบันอยู่ที่ 70%ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่หากกระทรวงการคลัง จะตัดสินใจขยายเพดานหนี้สาธารณะ ก็ต้องมีเหตุผล นำไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงต้องทบทวนมาตรการกระตุ้นการบริโภค ตามแผนเดิม เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม สำหรับหนี้สาธารณะของประเทศไทย ณ เดือนก.พ.68 อยู่ที่ 64.21 % ของจีดีพี มูลหนี้รวม 12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนม.ค.68 อยู่ที่ 64.13 % ของจีดีพี โดยเพดานก่อหนี้สาธารณะอยู่ที่ 70 % ของจีดีพี



