ครม. ไฟเขียวตั้ง “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” คุมเข้มทุนข้ามชาติ มุ่งรักษาความมั่นคงทางทรัพยากรและข้อมูลของประเทศ และจะต้องให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบตามที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ…มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีคณะกรรมการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ขึ้นมา โดยมีรองนายกรับมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ส่วนจะเป็นท่านใดต้องรอคำสั่งของนายกรัฐมนตรีออกมาก่อน ขณะที่ตำแหน่งรองประธานกรรมการ เป็นการบูรณาการร่วมกันของ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รมว.มหาดไทย และรมว.พลังงาน นอกจากนี้ จะมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งเข้ามาเสริมทัพอีกจำนวนไม่เกิน 3 คน และมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ
“ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายมุ่งยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยพุ่งเป้าไปที่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับระบบส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่อการพัฒนาและปรับโครงสร้างไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ แต่มีความกังวลอยู่ว่า ถ้ารัฐบาลสนับสนุนธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ไม่มีนโยบายชัดเจนหรือสิ่งที่ต้องคอยกำกับดูแล ธุรกิจในกลุ่มนี้จะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและประเทศอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะการสนับสนุนให้มีการลงทุนใน Data Center นั้นจะต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและการใช้ทรัพยากร นั่นหมายถึง ทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า ที่ดิน สิ่งแวดล้อม ของประเทศและประชาชน รวมถึงความมั่นคงด้านข้อมูลของประเทศด้วย มันจึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องมีคณะกรรมการเพื่อออกนโยบายกำกับดูแลกิจการในหมวดนี้”
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลไกการทำงาน คณะกรรมการชุดนี้จะมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการเสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางปฏิบัติให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต หรือให้บริการต่างๆ แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ในประเทศไทย อีกทั้งยังมีอำนาจในการศึกษา วิเคราะห์ และติดตามประเมินผลกระทบจากการประกอบกิจการ เพื่อนำผลประเมินมาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง
นางสาวรัชดา กล่าวว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า การมีคณะกรรมการชุดนี้ แปลว่าจะไม่ได้ปล่อยให้ใครก็ได้มาลงทุนในธุรกิจนี้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐานและนโยบายที่คณะกรรมการชุดนี้กำหนด และจะต้องถูกติดตามประเมินผล โดยมุ่งให้มีการใช้พลังงานสะอาด รักษาความมั่นคงทางพลังงานเพื่อให้ราคาพลังงานเป็นธรรม ไม่นำไปสู่ภาระที่เกิดขึ้นกับประชาชน จะต้องเกิดการจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรม มีประสิทธิผลในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ ดูแลเรื่องผังเมืองและการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องอัคคีภัย รวมถึงจะต้องรักษาข้อมูลของประเทศ และมีกลไกที่จะเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ซึ่งทั้งหมดนี้คือความปรารถนาดีในการส่งเสริมธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ แต่จะต้องให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง



