ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมิ.ย. 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 จากการสูงขึ้นของดัชนีราคาทุกหมวดเนื่องจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งยังคงอยู่ในระดับสูง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมิ.ย. 2569 เท่ากับ 113.3 เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 โดยเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง จากการสูงขึ้นของดัชนีราคาทุกหมวดเนื่องจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีรายละเอียดดังนี้
หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 4.5 จากการสูงขึ้นของไม้แบบ บานประตู และบานหน้าต่าง จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 1.3 จากการสูงขึ้นของ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนกาวซีเมนต์ จากความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างภาครัฐ หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 10.6 จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง คานคอนกรีตสำเร็จรูป และท่อระบายน้ำคอนกรีต เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล

หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สูงขึ้นร้อยละ 2.0 จากการสูงขึ้นของท่อเหล็กดำ ชีทไพล์เหล็ก ตะแกรงเหล็กสำเร็จรูป และลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต เศษเหล็ก) รวมทั้งต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หมวดกระเบื้อง สูงขึ้นร้อยละ 2.8 จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา เนื่องจากราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ปรับสูงขึ้น หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้นร้อยละ 2.2 จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิคทาภายในและทาภายนอก สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผงสี อีพ็อกซีเรซิน ตัวทำละลาย)

หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้นร้อยละ 2.7 จากการสูงขึ้นของกระจกเงา ฝักบัวอาบน้ำ ที่ปัสสาวะเซรามิก เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้พลังงานในปริมาณสูงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น ตามราคาก๊าซธรรมชาติ หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 12.3 จากการสูงขึ้นของสายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT สายเคเบิล THW และสายไฟฟ้า VAF ตามราคาวัตถุดิบหลัก (ทองแดง) ในตลาดโลกที่ปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับสูง และหมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้นร้อยละ 11.2 จากการสูงขึ้นของกระจกใสและอะลูมิเนียมแผ่นเรียบ เนื่องจากต้นทุนการผลิตและราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ขณะที่ยางมะตอยปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างไตรมาสที่ 3 ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัว จากหลายปัจจัย ดังนี้ 1) ราคาน้ำมันและราคาพลังงานคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันและการผลิตก๊าซธรรมชาติของหลายประเทศในตะวันออกกลางได้รับความเสียหาย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมแซมและฟื้นฟู และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีข้อจำกัด

2) วัตถุดิบโลหะพื้นฐาน เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น ราคาในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสายไฟซึ่งใช้ทองแดงเป็นส่วนประกอบหลักราคาสูงขึ้นตามไปด้วย 3) ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในโครงการก่อสร้างพื้นฐานโครงการต่อเนื่องของภาครัฐ



