ปฏิรูประบบคุมงานก่อสร้าง ยกระดับ ถนนบรมราชชนนี ครั้งใหญ่ นำเทคโนโลยี BIM ปิดช่องโหว่จุดอันตราย ในพื้นที่จราจรหนาแน่น
กรมทางหลวง (ทล.) ประกาศปฏิรูประบบกำกับดูแลงานก่อสร้างเชิงรุก มุ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่โครงการขนาดใหญ่ นำร่องจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน (CSC) ในโครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับบน ถนนบรมราชชนนี ช่วงพุทธมณฑลสาย 3-4 เพื่อยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด ในจุดที่มีความซับซ้อน และเสี่ยงอันตราย พร้อมนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าช่วยสแกนจุดเสี่ยง อุดช่องโหว่ความไม่ปลอดภัยก่อนเริ่มงานจริง
ยกระดับมาตรฐาน จ้างผู้เชี่ยวชาญสแกนจุดเสี่ยงถนนบรมราชชนนี
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากบทเรียนอุบัติเหตุในอดีต ทล. ได้วางแนวทางปรับเปลี่ยนการควบคุมงานก่อสร้างให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะโครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับบนถนนบรมราชชนนี วงเงิน 4,490 ล้านบาท ซึ่งเป็นการก่อสร้างคร่อมเส้นทางจราจรที่มีรถวิ่งหนาแน่น จึงจำเป็นต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ (CSC) เข้ามาทำหน้าที่สแกนความเสี่ยงในทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) หรือแบบจำลอง 3 มิติอัจฉริยะ มาใช้บริหารจัดการข้อมูลสิ่งก่อสร้าง เพื่อให้วิศวกรสามารถมองเห็นจุดเสี่ยงล่วงหน้า และวางแผนป้องกันได้อย่างแม่นยำ ปิดทุกช่องโหว่ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนผู้ใช้ทาง
รับมือบิ๊กโปรเจกต์ปี 69 แก้โจทย์วิศวกรขาดแคลน
การปฏิรูปครั้งนี้ยังรวมถึงการจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ (PMC) สำหรับมอเตอร์เวย์ M9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน เพื่ออุดช่องว่างปัญหาการขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากในปี 2569 กรมทางหลวงจะมีสัญญาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลพร้อมกันกว่า 360 สัญญา ส่งผลให้วิศวกรในสังกัดอาจดูแลจุดที่ซับซ้อนได้ไม่ทั่วถึง
วัฒนธรรมความปลอดภัย เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์
อธิบดีกรมทางหลวงย้ำว่า แม้การจ้างที่ปรึกษาจะไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทำให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ได้ทันที แต่จะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ และปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดย ทล. จะพิจารณาจ้างที่ปรึกษาเป็นรายโครงการตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่นถนนบรมราชชนนี เพื่อสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชน
แนะวิธีขับขี่ปลอดภัย เมื่อต้องผ่านเขตพื้นที่ก่อสร้าง
ในระหว่างที่การก่อสร้างกำลังดำเนินอยู่ ประชาชนผู้ใช้ทางสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัยได้ด้วยวิธีปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้
- สังเกตป้ายเตือนและไฟสัญญาณ: ปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็ว และป้ายเตือนเขตพื้นที่ก่อสร้างอย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนเลนกะทันหัน: ในพื้นที่ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ก่อสร้างคร่อมถนน การเปลี่ยนเลนกะทันหันอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
- เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า: เพื่อเผื่อระยะเบรกในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน หรือการจราจรติดขัดกะทันหันภายในอุโมงค์ก่อสร้าง
- งดใช้ความเร็วเกินกำหนด: การลดความเร็วลงเพียงเล็กน้อย ช่วยเพิ่มโอกาสในการควบคุมรถได้ดีขึ้น เมื่อผ่านจุดที่สภาพผิวจราจรอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ : เตรียมเปิด ทางลัดไปอุบล ร่นระยะทาง 25 กม.!



