กทม. เปิด เกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ปรับเพดานช่วยเหลือเพิ่ม ประชาชนสามารถยื่นออนไลน์ได้ ไม่ต้องใช้ใบแจ้งความ เขตยังรับเรื่องตามปกติ
วันที่ 1 ต.ค. 2569 เวลา 11.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายละเอียด เกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม และขั้นตอนการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง โดย กทม. อยู่ระหว่างเร่งปรับกระบวนการ ให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปตามระเบียบ และหลักเกณฑ์ของทางราชการ
“ทวิดา” เผยปรับกระบวนการเยียวยา เปิดยื่น 2 ช่องทาง ไม่ต้องแจ้งความ
นางสาวทวิดา กล่าวว่า กทม. ได้ปรับกระบวนการยื่นขอรับความช่วยเหลือ โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจอีกต่อไป สามารถดำเนินการยื่นคำร้องตามเอกสารหลักฐานที่กำหนดได้โดยตรง ทั้งที่สำนักงานเขต และผ่านระบบออนไลน์
สำหรับระบบออนไลน์ กทม. เตรียมเปิดให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้อง กรอกรายละเอียดความเสียหาย แนบภาพถ่ายหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดระบบได้ ภายในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. 2569 และจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง
ในกรณีที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม กทม. จะประสานประชาชนผ่าน SMS เพื่อลดภาระการเดินทางและการจัดเตรียมเอกสาร ขณะที่ประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตได้ตามปกติ และหากประชาชนได้เดินทางไปยื่นเรื่องที่เขตไว้แล้ว สำนักงานเขตสามารถรับเรื่องไว้ดำเนินการได้เช่นกัน
ปรับเพดานเงินช่วยเหลือหลายรายการ เพิ่มวงเงินตามความเสียหายจริง
นางสาวทวิดา กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กทม. ได้มีการปรับเพดานเงินช่วยเหลือในหลายรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเสียหาย โดยเป็นการดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลัง และหลักเกณฑ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาทิ
ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง เดิมจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 49,500 บาท ปรับเพดานเป็น 88,600 บาท
ค่าที่พักชั่วคราว กรณีผู้ประสบภัยต้องย้ายออกไปพักอาศัยที่อื่น จ่ายไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 2 เดือน) โดยต้องมีหลักฐานประกอบตามหลักเกณฑ์
ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน จ่ายตามความเสียหายจริง เดิมไม่เกิน 11,900 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 13,500 บาทต่อครัวเรือน
ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน จ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บ จำนวน 2,300 บาทต่อราย ตามหลักฐาน
ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย
ค่าดำรงชีพเบื้องต้น สำหรับกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน อยู่ที่ประมาณ 1,900–3,800 บาท ตามระดับความเสียหายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ การจ่ายเงินช่วยเหลือจะพิจารณาตามประเภทความเสียหาย หลักฐาน และหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยในส่วนของค่าซ่อมแซมบ้านจะเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน ขณะที่ผู้เช่าสามารถขอรับความช่วยเหลือในส่วนความเสียหายอื่นที่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้ โดยต้องมีหลักฐานแสดงการเช่าและการอยู่อาศัยตามที่กำหนด
ส่วนเอกสาร เช่น สำเนาโฉนดหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ กทม. อยู่ระหว่างหารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อพิจารณาลดเอกสารให้เหลือเท่าที่จำเป็น โดยจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ชัดเจนภายในวันนี้
เร่งทำเกณฑ์ประเมินความเสียหายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เตรียมเพิ่มกำลังสำรวจ
นางสาวทวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำแนวทางจากกรณีอุทกภัยในอดีต เช่น ปี 2554 และ 2565 มาประกอบการจัดทำเกณฑ์ จากนั้นจะกำหนดให้ชัดเจนว่า ระดับน้ำ ลักษณะความเสียหาย และหลักฐานประเภทใด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือในรายการใดได้บ้าง รวมถึงกำลังพิจารณาว่าตามระเบียบสามารถสนับสนุนหน่วยงานหรือบุคลากรจากส่วนอื่นเข้ามาช่วยสำรวจความเสียหายร่วมกับสำนักงานเขตได้หรือไม่ เพื่อเร่งรัดการประเมินให้เร็วที่สุด เนื่องจากคาดว่าจะมีจำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก
สำหรับพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัย ขณะนี้ครอบคลุม 38 เขต 118 แขวง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการสำรวจจริงสามารถเสนอขอประกาศเพิ่มเติมได้ หากมีหลักฐาน และข้อมูลความเสียหายตามหลักเกณฑ์
“ชัชชาติ” ย้ำเยียวยา–ฟื้นฟูเป็นภารกิจใหญ่ ขอประชาชนใจเย็น กทม. เร่งทำให้เร็วที่สุดตามกฎหมาย
นายชัชชาติ กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ภารกิจสำคัญของ กทม. คือ การฟื้นฟูและการเยียวยาประชาชน ซึ่งจะมีรายละเอียดและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก และเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการ จึงขอให้ประชาชนเข้าใจและใจเย็น โดย กทม. จะพยายามปรับกระบวนการให้รวดเร็วที่สุด พร้อมดำเนินการอย่างรอบคอบและให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเต็มที่
เร่งอุดช่องว่างการส่งอาหาร ถุงยังชีพ หลังข้อมูลความต้องการยังไม่เป็น Real-time
นางสาวทวิดา ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมว่า ในช่วงที่ผ่านมาบางพื้นที่ เช่น สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม และคันนายาว มีระดับน้ำสูง ทำให้รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ชั้นในได้ทั้งหมด กทม. จึงต้องปรับรูปแบบการส่งความช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงยาก
ปัจจุบันมีความต้องการอาหารปรุงสุกประมาณ 300,000–400,000 กล่องต่อวัน ขณะที่ กทม. สามารถผลิตและจัดส่งจากส่วนกลางได้ประมาณ 100,000 กล่องต่อวัน ส่วนที่เหลือมาจากสำนักงานเขตและหน่วยงานภาคีที่เข้ามาสนับสนุน
สำหรับพื้นที่ที่การนำอาหารเข้าไปทำได้ยาก กทม. ได้เพิ่มการจัดส่ง ถุงยังชีพ โดยที่ผ่านมาได้จัดสรรออกไปแล้วประมาณ 19,900 ถุง หรือเกือบ 20,000 ถุง ภายในถุงมีสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพประมาณ 3 วัน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ในช่วงที่การเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ยังมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่พบคือ ข้อมูลความต้องการความช่วยเหลือยังไม่เป็นแบบ Real-time บางกรณีมีการแจ้งข้อมูลซ้ำ หรือข้อมูลจากสำนักงานเขต นิติบุคคลหมู่บ้าน ประชาชนที่แจ้งผ่านโทรศัพท์ และโซเชียลมีเดียไม่ตรงกัน ทำให้เกิดช่องว่างในการจัดส่งความช่วยเหลือ
กทม. ขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือยังขาดอาหารและสิ่งของจำเป็น แจ้งเข้ามาได้หลายช่องทางสายด่วน 1555 และ Traffy Fondue หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของ กทม. ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ และจัดส่งความช่วยเหลือเข้าไปอุดช่องว่างโดยเร็วที่สุด
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ รฟม. แจ้ง รายละเอียดปิดถนนวิภาวดีรังสิต วันที่ 8-12 ตุลาคม 2569



