ทิศทางของเศรษฐกิจรอบโลก ติดตามรายละเอียดได้ใน สรุปข่าว เศรษฐกิจต่างประเทศ วันที่ 6 กันยายน 2567
เอเชีย
- ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ให้คำมั่นว่า จีนจะเพิ่มการลงทุนในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นทวีปที่เติบโตได้เร็วเป็น อันดับ 2 ของโลก จีนทุ่มเงินทุนเกือบ 51,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม และ สัญญาว่า จะสร้างงานในทวีปแอฟริกาได้อย่างน้อย 1 ล้านตำแหน่ง
- BYD กำลังขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และ เพิ่มแรงจูงใจทางการตลาด รวมถึงตลาดในประเทศญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย
สหรัฐอเมริกา
- รัฐบาลไบเดน ส่งจดหมายแจ้ง บริษัท Nippon Steel ของญี่ปุ่นว่า การซื้อกิจการ U.S. Steel มูลค่า 14,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของสหรัฐ ฯ เนื่องจาก จะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมเหล็กกล้าของประเทศ ซึ่งสหรัฐ ฯ เตรียมที่จะปิดกั้นการซื้อกิจการดังกล่าว
- รองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต และ อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน จะดีเบตกันครั้งแรก ทางโทรทัศน์ในสัปดาห์หน้า การดีเบตนี้มีผลต่อคะแนนเสียงอย่างมาก และนี่อาจเป็นการดีเบตครั้งเดียวของพวกเขา
- บริษัท Verizon ซึ่งต้องการขยายเครือข่ายไฟเบอร์ เปิดเผยว่าจะซื้อบริษัท Frontier Communications ด้วยข้อตกลงมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้หุ้นของ Frontier Communications ร่วงลงมากกว่า 7% ขณะที่หุ้น Verizon พุ่งขึ้นประมาณ 1%
AI
- สนธิสัญญา AI ระหว่างประเทศฉบับแรก ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย จะเปิดให้ประเทศต่างๆ ที่ต้องการเจรจาลงนาม ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกสหภาพยุโรป (EU) สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ
อนุสัญญา AI ซึ่งดำเนินการมาหลายปี และ ได้รับการรับรอง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 หลังจากการหารือร่วมกัน ระหว่าง 57 ประเทศ โดยจะพิจารณาความเสี่ยงของ AI ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม อย่างมีความรับผิดชอบ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของอังกฤษ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “อนุสัญญานี้ เป็นก้าวสำคัญ ในการรับรองว่า เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะนำมาใช้เหล่านี้ จะไม่ทำลายคุณค่าเก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ เช่น สิทธิมนุษยชน และ หลักนิติธรรม”
- สตาร์ทอัปปัญญาประดิษฐ์ Safe Superintelligence (SSI) ซึ่งก่อตั้ง โดยอดีตหัวหน้าของ OpenAI สามารถระดมทุนได้ 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาพัฒนาระบบ AI ที่ปลอดภัย
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ
หัวหน้าฝ่ายวิจัยอสังหาริมทรัพย์ของ Zurich Insurance วิเคราะห์ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ จะไม่ช่วยบรรเทาปัญหาให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ และ สถานการณ์ไม่น่าจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะขณะนี้พันธบัตร และ บัญชีออมทรัพย์ธรรมดา กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเคยรุ่งเรือง ในช่วงทศวรรษหลังจากวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก เมื่อดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงเหลือศูนย์ แต่เมื่อธนาคารกลางปรับดอกเบี้ยขึ้น จึงทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์เสียหายอย่างหนัก
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ Signa ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารต่าง ๆ ในเยอรมัน ทิ้งงานก่อสร้างบ้านที่ยังไม่แล้วเสร็จ และ ตึกระฟ้าว่างเปล่าไว้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเยอรมันล้มละลายเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ต้นปี 2565 และคาดว่าจะสูงถึงกว่า 1,100 ราย ภายใน 6 เดือนแรกของปีนี้
ขณะนี้ธนาคารกลางต่างๆ ทั้งธนาคารกลางยุโรป และ ธนาคารแห่งอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ และสวีเดน กำลังปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ ฯ ก็มีแนวโน้ม จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน
อ้างอิง รอยเตอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง สรุปข่าว เศรษฐกิจต่างประเทศ วันที่ 5 กันยายน 2567



